หน้าแรก สภาพอากาศ ภูมิอากาศ วิชาการ บริการ ประกาศ เกี่ยวกับเรา ผังเว็บไซต์
English Version
สภาพอากาศ
ภาคเหนือ
ภาคอีสาน
ภาคกลาง
ภาคตะวันออก
ภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย
ภาคใต้ฝั่งอันดามัน
กรุงเทพมหานคร
อากาศต่างประเทศ
อุตุนิยมวิทยาเกษตร
พยากรณ์อากาศ
ประจำวัน
7 วันข้างหน้า
เพื่อการเดินเรือ
เพื่อการขนส่ง
คลื่นทะเล
อุตุนิยมวิทยาเพื่อการเกษตร
 ผลกระทบของลักษณะอากาศต่อการเกษตรในระยะ 7 วันข้างหน้า
 พยากรณ์อากาศเพื่อการเกษตรรายปักษ์
 แผนที่ที่ใช้ประโยชน์สำหรับอุตุนิยมวิทยาเกษตร
 ดรรชนีความชื้นที่เป็นประโยชน์ต่อพืช
สำหรับพิมพ์ 
ผลกระทบของลักษณะอากาศต่อการเกษตรตามภาคต่าง ๆ
ระหว่าง 01 กันยายน 2557 - 07 กันยายน 2557
ภาคเหนือ
       ในช่วงวันที่ 1-3 ก.ย. มีฝนฟ้าคะนองกระจายถึงเกือบทั่วไป ร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนในช่วงวันที่ 4-7 ก.ย. มีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70-80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
- สัปดาห์นี้ยังคงมีฝนตกหนัก เกษตรกรในพื้นที่เสี่ยงภัย ควรระวังอันตรายและป้องกันความเสียหายที่จะเกิดกับทรัพย์สินและพืชผลทางการเกษตร
- สำหรับสภาพอากาศที่มีความชื้นสูง ผู้ที่ปลูกพืชผักและไม้ดอก ควรระวังและป้องกันการระบาดของโรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา เช่น โรคใบจุด โรคราสนิม และโรครากเน่า เป็นต้น โดยทำทางระบายน้ำออกจากแปลงปลูกและหมั่นสำรวจ ตัดแต่ง และถอนต้นพืชที่เป็นโรคทิ้งและนำไปทำลายเพื่อมิให้เชื้อโรคแพร่ไปยังต้นอื่น
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
       ในช่วงวันที่ 1-3 ก.ย. มีฝนฟ้าคะนองกระจายถึงเกือบทั่วไป ร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนในช่วงวันที่ 4-7 ก.ย. มีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70-80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งส่วนมากทางตอนล่างของภาค อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
- สัปดาห์นี้ยังคงมีฝนตกหนัก เกษตรกรควรติดตามเฝ้าระวังสภาวะดังกล่าว ซึ่งอาจสร้างความเสียหายให้กับพื้นที่การเกษตรได้
- สำหรับสภาพอากาศที่มีความชื้นสูง ข้าวนาปีที่อยู่ในระยะแตกกอชาวนาควรระวังและป้องกันโรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา เช่นโรคไหม้ รวมทั้งป้องกันการระบาดของศัตรูข้าว เช่น หนอนกอข้าว หนอนห่อใบข้าว และหอยเชอรี่ เป็นต้น ซึ่งจะกัดกินทำให้ต้นข้าวเสียหายได้
- ส่วนบริเวณที่มีน้ำท่วมขัง เกษตรกรควรหลีกเลี่ยงการย่ำน้ำที่สกปรกหากมีความจำเป็นต้องลุยน้ำควรสวมรองเท้าบูตทุกครั้ง เพื่อป้องกันโรคฉี่หนู
ภาคกลาง
       มีฝนฟ้าคะนองกระจายถึงเกือบทั่วไป ร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ ตลอดช่วง และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
- สัปดาห์นี้ยังคงมีฝนตกหนัก พื้นที่การเกษตรที่เป็นที่ลุ่ม เกษตรกรควรจัดระบบระบายน้ำในแปลงปลูกให้มีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันน้ำท่วมขัง
- สำหรับสภาพอากาศมีความชื้นสูง เกษตรกรที่ปลูกพืชไร่ เช่น อ้อย ข้าวโพด และมันสำปะหลัง เป็นต้น ควรระวังและป้องกันการระบาดของโรคที่เกิดจากเชื้อรา เช่น โรคแส้ดำในอ้อย โรคราน้ำค้างในข้าวโพด และโรคใบไหม้ในมันสำปะหลัง โดยกำจัดวัชพืชเพื่อลดความชื้นในแปลงปลูก และหมั่นสำรวจหากพบต้นที่เป็นโรคควรถอนออกไปทำลาย
ภาคตะวันออก
       มีฝนฟ้าคะนองกระจายถึงเกือบทั่วไป ร้อยละ 60-80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ตลอดช่วง ในช่วงวันที่ 1 - 3 ก.ย. ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ส่วนในช่วงวันที่ 4 - 7 ก.ย. ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส
- สัปดาห์นี้ยังคงมีฝนตกชุกและมีฝนตกหนัก เกษตรกรในพื้นที่เสี่ยงภัย ควรระวังอันตรายและป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับทรัพย์สิน สัตว์เลี้ยง และพืชผลทางการเกษตร
- สำหรับพื้นที่การเกษตรที่มีน้ำท่วมขัง เกษตรกรควรรีบระบายน้ำออกอย่าให้น้ำท่วมขังบริเวณโคนต้นพืชนาน เพราะจะทำให้รากพืชเน่า ต้นพืชตายได้
- ส่วนไม้ผล เกษตรกรควรตัดแต่งกิ่งไม้ผลให้ทรงพุ่มโปร่งแสงแดดส่องได้ถึงโคนต้น และอากาศถ่ายเทได้สะดวกเพื่อลดความชื้นในสวนป้องกันโรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา เช่น โรคใบจุดในมังคุด โรคราแป้งในเงาะ และโรครากเน่าโคนเน่าในทุเรียน เป็นต้น
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)
        มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ตลอดช่วง และมีฝนตกหนักบางแห่ง ในช่วงวันที่ 1 - 3 ก.ย. ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ส่วนในช่วงวันที่ 4 - 7 ก.ย. ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส
- สำหรับไม้ผลที่เก็บเกี่ยวผลผลิตไปแล้ว เกษตรกรควรรีบตัดแต่งกิ่งและทาแผลรอยตัดด้วยสารป้องกันเชื้อรา และใส่ปุ๋ยเพื่อให้ต้นฟื้นตัวได้เร็วมีเวลาพักตัวได้นานขึ้น รวมทั้งไม่กองสุมวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น ใบไม้ กิ่งไม้ ตลอดจนผลที่ร่วงหล่น และเน่าเสีย ไว้ในสวน แต่ควรนำไปกำจัด เพื่อไม่ให้เป็นที่อาศัยหลบซ่อนของโรคและศัตรูพืช
- ส่วนผู้ที่ปลูกยางพารา กาแฟ และปาล์มน้ำมัน ควรระวังและป้องกันโรคที่เกิดจากเชื้อรา เช่น โรครากขาวในยางพารา โรคราสนิมและผลเน่าในกาแฟ และโรคทลายปาล์มเน่าในปาล์มน้ำมัน ซึ่งจะทำให้ผลผลิตลดลง โดยหมั่นกำจัดวัชพืชและทำความสะอาดภายในสวนให้โล่งเตียน เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก ซึ่งจะช่วยลดการระบาดของโรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)
       ในช่วงวันที่ 1 - 3 ก.ย. มีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆถึงกระจาย ร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ส่วนในช่วงวันที่ 4 - 7 ก.ย. มีฝนฟ้าคะนองกระจายถึงเกือบทั่วไป ร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-32 องศาเซลเซียส
- สัปดาห์นี้ภาคใต้ฝั่งตะวันตกยังคงมีฝนตกหนัก เกษตรกรควรระวังอันตรายและป้องกันความเสียหายจากสภาวะดังกล่าว โดยเฉพาะพื้นที่ซึ่งเคยมีน้ำท่วมมาก่อน
- สำหรับไม้ผลที่เก็บเกี่ยวผลผลิตไปแล้ว เกษตรกรควรรีบตัดแต่งกิ่งและทาแผลรอยตัดด้วยสารป้องกันเชื้อรา และใส่ปุ๋ยเพื่อให้ต้นฟื้นตัวได้เร็วมีเวลาพักตัวได้นานขึ้น รวมทั้งไม่กองสุมวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น ใบไม้ กิ่งไม้ ตลอดจนผลที่ร่วงหล่น และเน่าเสีย ไว้ในสวน แต่ควรนำไปกำจัด เพื่อไม่ให้เป็นที่อาศัยหลบซ่อนของโรคและศัตรูพืช
- ส่วนผู้ที่ปลูกยางพารา กาแฟ และปาล์มน้ำมัน ควรระวังและป้องกันโรคที่เกิดจากเชื้อรา เช่น โรครากขาวในยางพารา โรคราสนิมและผลเน่าในกาแฟ และโรคทลายปาล์มเน่าในปาล์มน้ำมัน ซึ่งจะทำให้ผลผลิตลดลง โดยหมั่นกำจัดวัชพืชและทำความสะอาดภายในสวนให้โล่งเตียน เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก ซึ่งจะช่วยลดการระบาดของโรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา
- ในช่วงวันที่ 4 – 7 ก.ย. บริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ชาวเรือและชาวประมง ควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือไว้ด้วย
ออกประกาศ 01 กันยายน 2557 00:00 น.
  ติดต่อเรา
กรมอุตุนิยมวิทยา www.tmd.go.th