TMD logo
หน้าแรก สภาพอากาศ ภูมิอากาศ วิชาการ บริการ ประกาศ เกี่ยวกับเรา ผังเว็บไซต์
TMD Facebook TMD Call Center 1182 หน้าภาษาอังกฤษ
ค้นหา
สภาพอากาศ
bullet ภาคเหนือ
bullet ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
bullet ภาคกลาง
bullet ภาคตะวันออก
bullet ภาคใต้ฝั่งตะวันออก
bullet ภาคใต้ฝั่งตะวันตก
bullet กรุงเทพมหานคร
อากาศต่างประเทศ
อุตุนิยมวิทยาเกษตร
พยากรณ์อากาศ
ประจำวัน
7 วันข้างหน้า
เพื่อการเดินเรือ
เพื่อการขนส่ง
คลื่นทะเล
อุตุนิยมวิทยาเพื่อการเกษตร
 ผลกระทบของลักษณะอากาศต่อการเกษตรในระยะ 7 วันข้างหน้า
 พยากรณ์อากาศเพื่อการเกษตรรายปักษ์
 แผนที่ที่ใช้ประโยชน์สำหรับอุตุนิยมวิทยาเกษตร
 ดรรชนีความชื้นที่เป็นประโยชน์ต่อพืช
สำหรับพิมพ์ 
ผลกระทบของลักษณะอากาศต่อการเกษตรตามภาคต่าง ๆ
ระหว่าง 19 กันยายน 2557 - 25 กันยายน 2557
ภาคเหนือ
       ในช่วงวันที่ 19-22 ก.ย. มีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆถึงกระจาย ร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ส่วนในช่วงวันที่ 23-25 ก.ย. มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
- แม้ปริมาณฝนจะลดลง แต่ความชื้นในดินยังคงมีอยู่ประกอบกับในช่วงวันที่ 23-25 ก.ย.จะมีฝนตกหนัก เกษตรกรควรระวังและป้องกันโรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา เช่นโรครากเน่าโคนเน่าในไม้ผล เช่น ส้ม ลำไย และลิ้นจี่ เป็นต้น
- สำหรับพื้นที่การเกษตรที่ถูกน้ำท่วมในระยะที่ผ่านมาหากระดับน้ำลดลงแล้ว เกษตรกรควรฟื้นฟูสภาพสวนและแหล่งน้ำให้ใช้ได้ดีดังเดิม
- เนื่องจากในระยะครึ่งหลังของเดือนตุลาคมจะเป็นฤดูหนาวอุณหภูมิจะลดลงโดยจะเริ่มจากทางตอนบนของภาคก่อน เกษตรกรควรจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์สำหรับกันลมและให้ความอบอุ่นแก่ตนเองและสัตว์เลี้ยงเอาไว้ให้พร้อม
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
       ในช่วงวันที่ 19-21 ก.ย. มีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ ส่วนในช่วงวันที่ 22-25 ก.ย. มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากทางตอนบนและด้านตะวันออกของภาค อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
- สำหรับเกษตรกรที่ปลูกพืชในช่วงปลายฤดูฝนนี้ควรเลือกพืชที่อายุการเก็บเกี่ยวสั้นและใช้น้ำน้อย และควรชุบท่อนพันธุ์หรือคลุกเมล็ดพันธุ์ด้วยสารป้องกันเชื้อรา เนื่องจากระยะนี้ในดินยังคงมีความชื้นสูงและในช่วงวันที่ 23-25 ก.ย.จะมีฝนตกหนัก
- ส่วนผู้ที่เลี้ยงสัตว์ควรระวังและป้องกันศัตรูสัตว์มารบกวนสัตว์เลี้ยง ทำให้สัตว์เลี้ยงชะงักการเจริญเติบโต และศัตรูสัตว์บางชนิดอาจนำโรคมาสู่สัตว์เลี้ยงได้
- เนื่องจากในระยะต่อไปในโดยเฉพาะในครึ่งหลังของเดือนหน้าจะเป็นช่วงต้นฤดูหนาวอุณหภูมิจะเริ่มลดลงจากทางตอนบนของภาคก่อน เกษตรกรควรจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์สำหรับกันลมและให้ความอบอุ่นแก่ตนเองและสัตว์เลี้ยงเอาไว้ให้พร้อม
ภาคกลาง
       ในช่วงวันที่ 19-22 ก.ย. มีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆถึงกระจาย ร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ ส่วนในช่วงวันที่ 23-25 ก.ย. มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
- ในช่วงที่มีฝนตกทำให้ดินและอากาศมีความชื้นสูง เกษตรกรควรระวังและป้องกันโรคพืชที่เกิดจากเชื้อราในไม้ดอกและพืชสวน เช่น โรคใบจุดในไม้ดอก โรครากเน่าโคนเน่าในไม้ผล เป็นต้น
- สำหรับพื้นที่การเกษตรที่เป็นที่ลุ่ม เกษตรกรควรจัดระบบระบายน้ำในแปลงปลูกให้มีประสิทธิภาพ อย่าให้น้ำท่วมขังบริเวณโคนต้นพืชนาน เพราะจะทำให้รากพืชขาดอากาศและต้นพืชตายได้
- ส่วนผู้ที่เลี้ยงสัตว์น้ำในบ่อเลี้ยงไม่ควรปล่อยให้น้ำฝนที่ตกบนดินไหลลงบ่อ เพราะจะทำให้สภาพน้ำเปลี่ยนสัตว์น้ำปรับตัวไม่ทัน ส่วนผู้ที่เลี้ยงสัตว์น้ำในบริเวณลุ่มน้ำหากโตได้ขนาดควรทยอยจับขายไปก่อนเสียบ้างบางส่วนเพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากน้ำหลาก
ภาคตะวันออก
       มีในช่วงวันที่ 19-22 ก.ย. มีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆถึงกระจาย ร้อยละ 30-60 ของพื้นที่ ส่วนในช่วงวันที่ 23-25 ก.ย. มีฝนฟ้าคะนองกระจายถึงเกือบทั่วไป ร้อยละ 40-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-34 องศาเซลเซียส
- ในช่วงที่มีฝนตกหนัก เกษตรกรควรระวังอันตรายและป้องกันความเสียหายจากสภาวะดังกล่าวที่อาจเกิดขึ้นกับทรัพย์สิน และพืชผลทางการเกษตร
- ในช่วงที่มีฝนตกติดต่อกันทำให้ดินและอากาศมีความชื้นสูงชาวสวนผลไม้ควรระวังและป้องกันโรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา เช่นโรคใบติด และโรครากเน่าโคนเน่าในทุเรียน เป็นต้น
- สำหรับพื้นที่การเกษตรที่อยู่ในที่ลุ่ม เกษตรกรไม่ควรปล่อยให้น้ำขังบริเวณโคนต้นพืชนาน เพราะจะทำให้รากพืชขาดอากาศต้นพืชตายได้
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)
       มีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆถึงกระจาย ร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ตลอดช่วง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
- ในช่วงที่มีฝนตกหนักติดต่อกัน ซึ่งอาจทำให้บางพื้นที่เกิดสภาวะน้ำท่วมในพื้นที่การเกษตรได้ เกษตรกรควรระวังอันตรายและป้องกันความเสียหายจากสภาวะดังกล่าวที่จะเกิดกับพืชผลทางการเกษตร
- สำหรับไม้ผลที่เก็บเกี่ยวผลผลิตไปแล้ว เช่น ทุเรียน ลองกอง และมังคุด เกษตรกรควรตัดแต่งกิ่งและขั้วผล รวมทั้งใส่ปุ๋ย เพื่อให้ต้นฟื้นตัวได้เร็ว มีเวลาฟักตัวได้นาน รวมทั้งไม่ควรปล่อยให้ผลที่เน่าเสียร่วงหล่นกองอยู่ในบริเวณสวน เพราะจะเป็นแหล่งสะสมของโรคและศัตรูพืชต่างๆได้
- ส่วนผู้ที่ปลูกพืชสวน เช่น ยางพารา กาแฟ และปาล์มน้ำมัน ควรดูแลสภาพสวนให้โปร่งอากาศถ่ายเทได้สะดวก เพื่อลดความชื้นภายในสวนป้องกันโรคพืชที่เกิดจากเชื้อราซึ่งมักระบาดในช่วงที่มีความชื้นสูง
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)
       มีฝนฟ้าคะนองกระจายถึงเกือบทั่วไป ร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ตลอดช่วง และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูง มากกว่า 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส
- ในช่วงที่มีฝนตกหนักติดต่อกัน ซึ่งอาจทำให้บางพื้นที่เกิดสภาวะน้ำท่วมในพื้นที่การเกษตรได้ เกษตรกรควรระวังอันตรายและป้องกันความเสียหายจากสภาวะดังกล่าวที่จะเกิดกับพืชผลทางการเกษตร
- ส่วนผู้ที่ปลูกพืชสวน เช่น ยางพารา กาแฟ และปาล์มน้ำมัน ควรดูแลสภาพสวนให้โปร่งอากาศถ่ายเทได้สะดวก เพื่อลดความชื้นภายในสวนป้องกันโรคพืชที่เกิดจากเชื้อราซึ่งมักระบาดในช่วงที่มีความชื้นสูง
ออกประกาศ 19 กันยายน 2557 00:00 น.
  ติดต่อเรา
กรมอุตุนิยมวิทยา www.tmd.go.th