TMD logo
หน้าแรก สภาพอากาศ ภูมิอากาศ วิชาการ บริการ ประกาศ เกี่ยวกับเรา ผังเว็บไซต์
TMD Facebook TMD Call Center 1182 หน้าภาษาอังกฤษ
สภาพอากาศ
bullet ภาคเหนือ
bullet ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
bullet ภาคกลาง
bullet ภาคตะวันออก
bullet ภาคใต้ฝั่งตะวันออก
bullet ภาคใต้ฝั่งตะวันตก
bullet กรุงเทพมหานคร
อากาศต่างประเทศ
อุตุนิยมวิทยาเกษตร
พยากรณ์อากาศ
ประจำวัน
7 วันข้างหน้า
เพื่อการเดินเรือ
เพื่อการขนส่ง
คลื่นทะเล
อุตุนิยมวิทยาเพื่อการเกษตร
 ผลกระทบของลักษณะอากาศต่อการเกษตรในระยะ 7 วันข้างหน้า
 พยากรณ์อากาศเพื่อการเกษตรรายปักษ์
 แผนที่ที่ใช้ประโยชน์สำหรับอุตุนิยมวิทยาเกษตร
 ดรรชนีความชื้นที่เป็นประโยชน์ต่อพืช
สำหรับพิมพ์ 
ผลกระทบของลักษณะอากาศต่อการเกษตรตามภาคต่าง ๆ
ระหว่าง 25 กรกฎาคม 2557 - 31 กรกฎาคม 2557
ภาคเหนือ
       ในช่วงวันที่ 25-26 ก.ค. มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ส่วนในช่วงวันที่ 27-31 ก.ค. มีฝนฟ้าคะนองกระจายถึงเกือบทั่วไป ร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งโดยเฉพาะบริเวณตอนบนและด้านตะวันตกของภาค ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส
- ในช่วงที่มีฝนตกหนักโดยเฉพาะทางตอนบนของภาค เกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่ซึ่งเคยมีน้ำท่วมมาก่อนควรระวังอันตรายและเตรียมป้องกันความเสียหายจากสภาวะดังกล่าว
- สำหรับไม้ผลที่อยู่ในระยะผลแก่และเก็บเกี่ยว โดยเฉพาะลำไยเกษตรกร ควรเก็บกวาดผลที่ เน่าเสีย และร่วงหล่นไปกำจัด โดยเผาหรือฝังให้ลึก เพื่อไม่ให้เป็นที่อาศัยหลบซ่อนของโรคและศัตรูพืชโดยเฉพาะโรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา
- ส่วนผู้ที่ปลูกไม้ดอกในระยะนี้ควรระวังและป้องกันโรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา เช่นโรคราสนิม โรคใบจุด และโรคดอกเน่าในเบญจมาศ กุหลาบ และดาวเรือง เป็นต้น
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
       ในช่วงวันที่ 25-26 ก.ค. มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ในช่วงวันที่ 27-31 ก.ค. มีฝนฟ้าคะนองกระจายถึงเกือบทั่วไป ร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณตอนบนและด้านตะวันออกของภาค ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส
- ทางตอนบนและด้านตะวันออกของภาคอาจมีฝนตกหนัก เกษตรกรควร เฝ้าระวังอันตรายและป้องกันความเสียหายจากสภาวะดังกล่าวโดยเฉพาะพื้นที่ซึ่งเคยมีประวัติน้ำท่วมมาก่อน
- ในช่วงที่มีฝนตก ชาวนาควรระวังและป้องกันหอยแชอรี่ที่ลอยมากับน้ำ โดยใช้ตาข่ายดักบริเวณทางน้ำไหลเข้านา แล้วจับหอยไปทำลาย เพื่อป้องกันหอยเข้ามาแพร่พันธุ์ ระบาดในนาข้าว
- เกษตรกรควรหลีกเลี่ยงการย่ำน้ำที่สกปรก หากมีความจำเป็นควรสวมรองเท้าบูตเพื่อป้องกันโรคฉี่หนู
ภาคกลาง
       ในช่วงวันที่ 25-26 ก.ค. มีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ถึงกระจาย ร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ส่วนในช่วงวันที่ 27-31 ก.ค. มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส
- เกษตรกรที่เลี้ยงสัตว์น้ำในบ่อเลี้ยง ไม่ควรปล่อยให้น้ำฝนที่ตกบนดินไหลลงบ่อ เพราะจะทำให้สภาพน้ำเปลี่ยนแปลง สัตว์น้ำปรับตัวไม่ทัน อ่อนแอและเป็นโรคได้ง่าย
- ส่วนผู้ที่เลี้ยงสัตว์ควรระวังสัตว์มีพิษ ซึ่งในช่วงที่มีฝนตกอาจจะเข้ามาอาศัยในโรงเรือนเลี้ยงสัตว์และทำร้ายสัตว์เลี้ยง ดังนั้น เกษตรกรจึงควรหมั่นสังเกตหากพบสัตว์ดังกล่าวควรรีบจัดการให้ออกไปจากโรงเรือน
- สำหรับผู้ที่ปลูกพืชสวน ควรระวังและป้องกันการระบาดของศัตรูพืชจำพวกหนอนซึ่งจะกัดกินส่วนที่อ่อนของพืชทำให้ต้น ทรุดโทรม ชะงักการเจริญเติบโต
ภาคตะวันออก
       ในช่วงวันที่ 26-29 ก.ค. มีฝนฟ้าคะนองกระจายถึงเกือบทั่วไป ร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนในช่วงวันที่ 30-31 ก.ค. มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส
- สำหรับพื้นที่การเกษตรที่เป็นที่ลุ่ม เกษตรกรควรจัดระบบระบายน้ำในแปลงปลูกให้มีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันน้ำท่วมขังในแปลงปลูกนาน ทำให้รากพืชขาดอากาศและต้นพืชตายได้
- ส่วนไม้ผลที่เก็บเกี่ยวผลผลิตไปแล้ว เกษตรกรควรรีบตัดแต่งกิ่งและขั้วผล แล้วทาแผลรอยตัดด้วยสารป้องกันเชื้อรา รวมทั้งเก็บกวาดเปลือกและผลที่เน่าเสียร่วงหล่นไปกำจัด โดยเผาหรือฝังให้ลึก ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ในสวน เพราะจะเป็นแหล่งสะสมของโรคและศัตรูพืช โดยเฉพาะโรครากเน่าโคนเน่า ซึ่งมักระบาดในช่วงฤดูฝนซึ่งดินมีความชื้นสูง
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)
       มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ตลอดช่วง ตั้งแต่สุราษฎร์ธานีขึ้นมา ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง ประมาณ 2 เมตร ตั้งแต่นครศรีธรรมราชลงไป ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส
- ระยะนี้ทางภาคใต้ฝั่งตะวันตกซึ่งเป็นด้านรับลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จะมีปริมาณและการกระจายของฝนมากกว่าทางภาคใต้ฝั่งตะวันออก กับมีฝนตกหนักบางพื้นที่ เกษตรกรจึงควรระวังอันตรายและป้องกันความเสียหายจากสภาวะดังกล่าว
- สำหรับ ผู้ที่ปลูกพืชสวน เช่น ยางพารา กาแฟ และปาล์มน้ำมัน ควรดูแลสวนให้โปร่งอากาศถ่ายเทได้สะดวก เพื่อลดความชื้นภายในสวน ป้องกันโรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา
- ส่วนไม้ผลที่อยู่ในระยะเจริญเติบโตทางผล เช่น เงาะ และทุเรียน เป็นต้น เกษตรกรควรหมั่นสังเกตหากพบผลที่เป็นโรค หรือศัตรูพืชเข้าทำลายควรรีบกำจัดเพื่อไม่ให้ลุกลามไปยังผลอื่นๆ
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)
       มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ตลอดช่วง ตั้งแต่สุราษฎร์ธานีขึ้นมา ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง ประมาณ 2 เมตร ตั้งแต่นครศรีธรรมราชลงไป ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส
- ระยะนี้ทางภาคใต้ฝั่งตะวันตกซึ่งเป็นด้านรับลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จะมีปริมาณและการกระจายของฝนมากกว่าทางภาคใต้ฝั่งตะวันออก กับมีฝนตกหนักบางพื้นที่ เกษตรกรจึงควรระวังอันตรายและป้องกันความเสียหายจากสภาวะดังกล่าว
- สำหรับ ผู้ที่ปลูกพืชสวน เช่น ยางพารา กาแฟ และปาล์มน้ำมัน ควรดูแลสวนให้โปร่งอากาศถ่ายเทได้สะดวก เพื่อลดความชื้นภายในสวน ป้องกันโรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา
- อนึ่งในช่วงวันที่ 27 – 31 ก.ค. บริเวณทะเลอันดามันจะมีคลื่นลมแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ชาวเรือและชาวประมงควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ
ออกประกาศ 25 กรกฎาคม 2557 00:00 น.
  ติดต่อเรา
กรมอุตุนิยมวิทยา www.tmd.go.th