TMD logo
หน้าแรก สภาพอากาศ ภูมิอากาศ วิชาการ บริการ ประกาศ เกี่ยวกับเรา ผังเว็บไซต์
TMD Facebook TMD Call Center 1182 หน้าภาษาอังกฤษ
ค้นหา
สภาพอากาศ
bullet ภาคเหนือ
bullet ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
bullet ภาคกลาง
bullet ภาคตะวันออก
bullet ภาคใต้ฝั่งตะวันออก
bullet ภาคใต้ฝั่งตะวันตก
bullet กรุงเทพมหานคร
อากาศต่างประเทศ
อุตุนิยมวิทยาเกษตร
พยากรณ์อากาศ
ประจำวัน
7 วันข้างหน้า
เพื่อการเดินเรือ
เพื่อการขนส่ง
คลื่นทะเล
อุตุนิยมวิทยาเพื่อการเกษตร
 ผลกระทบของลักษณะอากาศต่อการเกษตรในระยะ 7 วันข้างหน้า
 พยากรณ์อากาศเพื่อการเกษตรรายปักษ์
 แผนที่ที่ใช้ประโยชน์สำหรับอุตุนิยมวิทยาเกษตร
 ดรรชนีความชื้นที่เป็นประโยชน์ต่อพืช
สำหรับพิมพ์ 
ผลกระทบของลักษณะอากาศต่อการเกษตรตามภาคต่าง ๆ
ระหว่าง 31 ตุลาคม 2557 - 06 พฤศจิกายน 2557
ภาคเหนือ
       ในช่วงวันที่ 1-2 พ.ย. มีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ กับมีลมแรง ในช่วงวันที่ 3-4 พ.ย. อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 18-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 8-13 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ส่วนในช่วงวันที่ 5-6 พ.ย. อุณหภูมิจะสูงขึ้นเล็กน้อย อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า และมีหมอกหนาในบางพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ ส่วนมากทางด้านตะวันตกของภาค อุณหภูมิต่ำสุด 20-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
-ระยะนี้อากาศเปลี่ยนแปลงโดยจะมีอากาศเย็นในตอนเช้าสลับกับบางวันอาจมีฝนตก เกษตรกรควรรักษาสุขภาพให้แข็งแรง เพื่อป้องกันการเจ็บป่วย
-สำหรับในบางช่วงอาจมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงเกษตรกรควรผูกยึดและค้ำยันกิ่งและลำต้นของไม้ผลให้แข็งแรงเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
-ส่วนผู้ที่เลี้ยงสัตว์ควรดูแลอุณหภูมิภายในโรงเรือนอย่าให้เปลี่ยนแปลงรวดเร็วป้องกันสัตว์ปรับตัวไม่ทัน อ่อนแอและเป็นโรคได้ง่าย
-ในช่วงต้นฤดูหนาวอากาศจะแปรปรวน เกษตรกรที่เลี้ยงสัตว์น้ำควรดูแลสภาพน้ำอย่าให้แตกต่างกันระหว่างผิวหน้าน้ำกับน้ำในระดับลึก โดยเปิดเครื่องตีน้ำเพื่อให้น้ำผสมกันเป็นเนื้อเดียวกันและเพิ่มออกซิเจนในน้ำ เพราะหากน้ำแยกชั้นจะทำให้สัตว์น้ำขาดอากาศ อ่อนแอและเป็นโรคได้ง่าย
-เกษตรกรควรหลีกเลี่ยงการจุดไฟเผาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรแต่ควรใช้วิธีฝังให้ลึกแทน เพราะในช่วงฤดูหนาวควันไฟอาจไม่ลอยขึ้นในอากาศแต่จะแผ่ปกคลุมบริเวณใกล้เคียงทำให้การมองเห็นลดลง เป็นอันตรายต่อการสัญจร
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
       ในช่วงวันที่ 1-2 พ.ย. มีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ กับมีลมแรง ในช่วงวันที่ 3-4 พ.ย. อุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 18-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10-14 องศาเซลเซียส ส่วนในช่วง 5-6 พ.ย. อุณหภูมิจะสูงขึ้นเล็กน้อย อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า และมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 20-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
-ระยะนี้เป็นช่วงต้นฤดูหนาว อากาศจะเปลี่ยนแปลง โดยมีอากาศเย็นในตอนเช้าและมีฝนฟ้าคะนองในบางวัน เกษตรกรควรดูแลสุขภาพให้แข็งแรงเพราะร่างกายอาจปรับตัวไม่ทันทำให้เจ็บป่วยได้ง่าย
-ในช่วงที่มีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง เกษตรกรควรหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้สิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาสูงๆขณะลมแรง รวมทั้งดูแลโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ให้มีความมั่นคงแข็งแรง
-สำหรับข้าวนาปีในระยะนี้ชาวนาควรระวังและป้องกันการระบาดของศัตรูพืชจำพวกหนอน เช่นหนอนกอ หนอนห่อใบข้าว และหนอนกระทู้คอรวง เป็นต้น ซึ่งจะกัดกินส่วนที่อ่อนของข้าว ทำให้ต้นข้าวเสียหาย ผลผลิตลดลง และด้อยคุณภาพ
ภาคกลาง
       ในช่วงวันที่ 1-2 และ 5-6 พ.ย. มีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ถึงกระจาย ร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ส่วนมากทางด้านตะวันตกและตอนล่างของภาค ส่วนในช่วงวันที่ 3-4 พ.ย. อุณหภูมิจะลดลง 2-3 องศาเซลเซียส อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า กับมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
-ระยะนี้เป็นช่วงต้นฤดูหนาวอากาศเปลี่ยนแปลง เกษตรกรควรรักษาสุขภาพให้แข็งแรง เพื่อป้องกันการเจ็บป่วย
-ผู้ที่เลี้ยงสัตว์ควรดูแลอุณหภูมิภายในโรงเรือนอย่าให้เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว เพราะสัตว์เลี้ยงอาจปรับตัวไม่ทัน อ่อนแอและเป็นโรคได้ง่าย และควรหลีกเลี่ยงสัมผัสกับสารคัดหลั่งจากสัตว์หากมีความจำเป็นควรสวมถุงมือยางทุกครั้ง
-ส่วนพื้นที่การเกษตรที่อยู่นอกเขตชลประทาน เกษตรกรควรเลือกปลูกพืชที่อายุการเก็บเกี่ยวสั้นและใช้น้ำน้อยแทนการปลูกข้าวนาปรัง เนื่องจากในเดือนต่อไปจะเป็นช่วงแล้งปริมาณและการกระจายของฝนจะมีน้อย
ภาคตะวันออก
       ในช่วงวันที่ 1-4 พ.ย. มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ส่วนในช่วง 5-6 พ.ย. มีหมอกบางในตอนเช้า กับมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ถึงกระจาย ร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูง 1-2 เมตร
-ในช่วงที่ฝนลดลงโดยเฉพาะทางตอนบนของภาค เกษตรกรควรระวังและป้องกันการระบาดของศัตรูพืชจำพวกหนอน ในพืชไร่ ไม้ผล และพืชผัก เป็นต้น ซึ่งหนอนจะกัดกินส่วนที่อ่อนของพืช ทำให้ต้นชะงักการเจริญเติบโต ผลผลิตเสียหาย และด้อยคุณภาพ
-สำหรับทางตอนล่างของภาคความชื้นในดินยังมีสูง เกษตรกรควรระวังโรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา เช่นโรครากเน่าโคนเน่าในไม้ผล โรคเน่าคอดินในพืชไร่และพืชผัก ซึ่งจะทำให้ต้นพืชเสียหาย และอาจถึงตายได้
-เนื่องจากในเดือนต่อไปปริมาณและการกระจายของฝนจะลดลง เกษตรกรควรวางแผนการใช้น้ำที่กักเก็บไว้ให้มีประสิทธิภาพ เพื่อจะได้มีน้ำใช้ในช่วงแล้ง
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)
       ในช่วงวันที่ 1-4 พ.ย. มีฝนฟ้าคะนองกระจายถึงเกือบทั่วไป ร้อยละ 60-80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่วนในช่วงวันที่ 5-6 พ.ย. มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
-ในช่วงที่มีฝนตกหนักติดต่อกัน เกษตรกรควรระวังอันตรายและป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น โดยขุดลอกคูคลองและสันดอนปากแม่น้ำอย่าให้ตื้นเขิน น้ำไหลได้สะดวกป้องกันน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่เพาะปลูกและที่อยู่อาศัย
-สำหรับผู้ที่เลี้ยงสัตว์น้ำในบ่อเลี้ยงควรป้องกันน้ำฝนที่ตกบนดินไหลลงบ่อเพราะจะทำให้สภาพน้ำเปลี่ยน สัตว์น้ำปรับตัวไม่ทันอ่อนแอและเป็นโรคได้ง่าย
-ในช่วงที่มีฝนตกทำให้ความชื้นในดินและในอากาศสูงชาวสวนผลไม้ควรระวังและป้องกันการระบาดของโรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา เช่น โรครากเน่าโคนเน่าและโรคราสีชมพูเป็นต้น ซึ่งจะทำให้ต้นพืชเสียหายและตายได้ หากพบควรรีบควบคุมโรค เพื่อไม่ให้เชื้อโรคแพร่ไปยังต้นอื่นๆ
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)
       ในช่วงวันที่ 1-4 พ.ย. มีฝนฟ้าคะนองกระจายถึงเกือบทั่วไป ร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่วนในช่วงวันที่ 5-6 พ.ย. มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
-ในช่วงที่มีฝนตกหนักติดต่อกัน เกษตรกรควรระวังอันตรายและป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น โดยขุดลอกคูคลองและสันดอนปากแม่น้ำอย่าให้ตื้นเขิน น้ำไหลได้สะดวกป้องกันน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่เพาะปลูกและที่อยู่อาศัย
-สำหรับผู้ที่เลี้ยงสัตว์น้ำในบ่อเลี้ยงควรป้องกันน้ำฝนที่ตกบนดินไหลลงบ่อเพราะจะทำให้สภาพน้ำเปลี่ยน สัตว์น้ำปรับตัวไม่ทันอ่อนแอและเป็นโรคได้ง่าย
ออกประกาศ 31 ตุลาคม 2557 00:00 น.
  ติดต่อเรา
กรมอุตุนิยมวิทยา www.tmd.go.th