TMD logo
หน้าแรก สภาพอากาศ ภูมิอากาศ วิชาการ บริการ ประกาศ เกี่ยวกับเรา ผังเว็บไซต์
TMD Facebook TMD Call Center 1182 หน้าภาษาอังกฤษ
ค้นหา
สภาพอากาศ
bullet ภาคเหนือ
bullet ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
bullet ภาคกลาง
bullet ภาคตะวันออก
bullet ภาคใต้ฝั่งตะวันออก
bullet ภาคใต้ฝั่งตะวันตก
bullet กรุงเทพมหานคร
อากาศต่างประเทศ
อุตุนิยมวิทยาเกษตร
พยากรณ์อากาศ
ประจำวัน
7 วันข้างหน้า
เพื่อการเดินเรือ
เพื่อการขนส่ง
คลื่นทะเล
อุตุนิยมวิทยาเพื่อการเกษตร
 ผลกระทบของลักษณะอากาศต่อการเกษตรในระยะ 7 วันข้างหน้า
 พยากรณ์อากาศเพื่อการเกษตรรายปักษ์
 แผนที่ที่ใช้ประโยชน์สำหรับอุตุนิยมวิทยาเกษตร
 ดรรชนีความชื้นที่เป็นประโยชน์ต่อพืช
สำหรับพิมพ์ 
ผลกระทบของลักษณะอากาศต่อการเกษตรตามภาคต่าง ๆ
ระหว่าง 20 ตุลาคม 2557 - 26 ตุลาคม 2557
ภาคเหนือ
       ในช่วงวันที่ 20-22 ต.ค. อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า และมีหมอกหนาในบางพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนองฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากทางด้านตะวันตกและทางด้านตอนบนของภาค อุณหภูมิต่ำสุด 20-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 12-14 องศาเซลเซียส ส่วนในช่วงวันที่ 23-25 ต.ค. อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า และมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ ส่วนมากทางด้านตะวันตกและทางด้านตอนบนของภาค อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกความเร็ว 10-30 กม./ชม.
-สัปดาห์นี้เป็นช่วงต้นฤดูหนาว อากาศจะเปลี่ยนแปลง เกษตรกรควรดูแลสุขภาพให้แข็งแรง เพราะร่างกายอาจปรับตัวไม่ทันทำให้เจ็บป่วยได้ง่าย โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ
- ส่วนผู้ที่เลี้ยงสัตว์ ควรจัดเตรียมวัสดุและอุปกรณ์สำหรับเพิ่มความอบอุ่นภายในโรงเรือนเลี้ยงสัตว์เอาไว้ให้พร้อมใช้งาน รวมทั้งทำแผงกำบังลมหนาว เพื่อป้องกันสัตว์หนาวเย็น จนอ่อนแอและป่วยได้
- สำหรับสภาพอากาศที่มีความชื้นสูง ผู้ที่ปลูกพืชผัก และ ไม้ดอกควรระวังและป้องกันการระบาดของโรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา เช่น โรคใบจุด และราน้ำค้าง เป็นต้น
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
       ในช่วงวันที่ 20-22 ต.ค. อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า และมีฝนฟ้าคะนองบางแห่งถึงเป็นแห่งๆ ร้อยละ 10-20 ของพื้นที่ ส่วนมากทางด้านตะวันออก และตอนล่างของภาค อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 12-15 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ส่วนในช่วงวันที่ 23-26 ต.ค. อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า และมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ ส่วนมากทางตอนบนของภาค อุณหภูมิต่ำสุด 22-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
-สัปดาห์นี้เป็นช่วงต้นฤดูหนาว อากาศจะเปลี่ยนแปลง เกษตรกรควรรักษาสุขภาพให้แข็งแรง เพื่อป้องกันการเจ็บป่วย หากร่างกายปรับตัวไม่ทัน รวมทั้งจัดเตรียมวัสดุและอุปกรณ์สำหรับกันหนาวและให้ความอบอุ่นแก่ตนเองไว้ด้วย นอกจากนี้ควรเตรียมจัดทำแผงกำบังลมหนาวและอุปกรณ์หรือวัสดุสำหรับเพิ่มความอบอุ่นภายในโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ไว้ให้พร้อม
- สำหรับฝนที่ตกในระยะนี้จะช่วยลดปริมาณการระบาดของเพลี้ยแป้งและไรแดงในมันสำปะหลังลงได้ แต่จะทำให้เกิดการระบาดของโรครากและหัวเน่าเพิ่มขึ้นในแปลงปลูกมันที่มีการระบายน้ำไม่ดี
ภาคกลาง
       ในช่วงวันที่ 20-23 ต.ค. มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีหมอกบางในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่งถึงเป็นแห่งๆ ร้อยละ 10-20 ของพื้นที่ ในช่วงวันที่ 24-26 ต.ค. มีเมฆเป็นส่วนมาก และมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆถึงกระจาย ร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ส่วนมากตอนล่างของภาค อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
- สัปดาห์นี้เป็นช่วงต้นฤดูหนาว อากาศจะเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะทางตอนบนของภาคจะมีอากาศเย็นในตอนเช้า เกษตรกรควรดูแลสุขภาพให้แข็งแรง เพื่อป้องกันการเจ็บป่วย
- สำหรับเกษตรกรที่ต้องการปลูกพืชรอบใหม่หลังการทำนา ควรเลือกพืชที่อายุการเก็บเกี่ยวสั้นและใช้น้ำน้อย และควรชุบท่อนพันธุ์หรือคลุกเมล็ดพันธุ์ด้วยสารป้องกันเชื้อรา เนื่องจากระยะนี้ในดินยังคงมีความชื้นสูง
- ส่วนผู้ที่ปลูกพืชไร่ ควรระวังและป้องกันศัตรูพืชจำพวกหนอนซึ่งจะกัดกินส่วนที่อ่อนของพืชทำให้พืชเสียหายผลผลิตด้อยคุณภาพ
ภาคตะวันออก
       ในช่วงวันที่ 20-23 ต.ค. มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ในช่วงวันที่ 24-26 ต.ค. มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ถึงกระจาย ร้อยละ 30-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
- สำหรับสภาพอากาศที่มีความชื้นสูง และความชื้นในดินมีอยู่มาก ชาวสวนไม้ผลควรระวังและป้องกันโรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา โดยเฉพาะโรครากเน่าโคนเน่า รวมทั้งระวังและป้องกันการระบาดของศัตรูพืชจำพวกหนอนซึ่งจะกัดกินส่วนที่อ่อนของพืชทำให้ต้นพืชเสียหายได้
- สำหรับเกษตรกรที่ต้องการปลูกพืชในระยะนี้ ควรคลุกเมล็ดพันธุ์หรือชุบท่อนพันธุ์ด้วยสารป้องกันเชื้อรา และควรเลือกปลูกพืชที่อายุการเก็บเกี่ยวสั้นและใช้น้ำน้อย เนื่องจากระยะต่อไปปริมาณฝนจะลดลง
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)
       ในช่วงวันที่ 21-23 ต.ค. ฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ส่วนในช่วงวันที่ 20 และ 24-26 ต.ค. มีฝนฟ้าคะนองกระจายถึงเกือบทั่วไป ร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส
- สัปดาห์นี้ภาคใต้ฝั่งตะวันออกยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง กับมีฝนตกหนัก เกษตรกรควร ขุดลอกคูคลอง และทางน้ำ ตลอดจนสันดอนปากแม่น้ำอย่าให้ตื้นเขิน เพื่อให้น้ำไหลใด้สะดวกป้องกันน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรเมื่อมีฝนตกหนัก
- ส่วนผู้ที่ปลูกไม้ผล ยางพารา กาแฟ และปาล์มน้ำมัน ควรระวังและป้องกันโรคที่เกิดจากเชื้อรา ซึ่งจะทำให้ผลผลิตลดลง โดยหมั่นกำจัดวัชพืชและทำความสะอาดภายในสวนให้โล่งเตียน เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก ซึ่งจะช่วยลดการระบาดของโรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)
       ในช่วงวันที่ 21-23 ต.ค. มีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆถึงกระจาย ร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ส่วน ในช่วงวันที่ 20 และ 24-26 ต.ค. มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส - ภาคทางฝั่งตะวันตก เกษตรกรควรกักเก็บน้ำไว้ใช้ทางด้านการเกษตร และวางแผนการใช้น้ำให้มีประสิทธิภาพ เพื่อจะได้มีน้ำไว้ใช้ในช่วงที่มีฝนตกน้อยในระยะต่อไป - ส่วนผู้ที่ปลูกไม้ผล ยางพารา กาแฟ และปาล์มน้ำมัน ควรระวังและป้องกันโรคที่เกิดจากเชื้อรา ซึ่งจะทำให้ผลผลิตลดลง โดยหมั่นกำจัดวัชพืชและทำความสะอาดภายในสวนให้โล่งเตียน เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก ซึ่งจะช่วยลดการระบาดของโรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา
ออกประกาศ 20 ตุลาคม 2557 00:00 น.
  ติดต่อเรา
กรมอุตุนิยมวิทยา www.tmd.go.th