TMD logo
หน้าแรก สภาพอากาศ ภูมิอากาศ วิชาการ บริการ ประกาศ เกี่ยวกับเรา ผังเว็บไซต์
TMD Facebook TMD Call Center 1182 หน้าภาษาอังกฤษ
ค้นหา
สภาพอากาศ
bullet ภาคเหนือ
bullet ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
bullet ภาคกลาง
bullet ภาคตะวันออก
bullet ภาคใต้ฝั่งตะวันออก
bullet ภาคใต้ฝั่งตะวันตก
bullet กรุงเทพมหานคร
อากาศต่างประเทศ
อุตุนิยมวิทยาเกษตร
พยากรณ์อากาศ
ประจำวัน
7 วันข้างหน้า
เพื่อการเดินเรือ
เพื่อการขนส่ง
คลื่นทะเล
อุตุนิยมวิทยาเพื่อการเกษตร
 ผลกระทบของลักษณะอากาศต่อการเกษตรในระยะ 7 วันข้างหน้า
 พยากรณ์อากาศเพื่อการเกษตรรายปักษ์
 แผนที่ที่ใช้ประโยชน์สำหรับอุตุนิยมวิทยาเกษตร
 ดรรชนีความชื้นที่เป็นประโยชน์ต่อพืช
สำหรับพิมพ์ 
ผลกระทบของลักษณะอากาศต่อการเกษตรตามภาคต่าง ๆ
ระหว่าง 21 พฤศจิกายน 2557 - 27 พฤศจิกายน 2557
ภาคเหนือ
       ในช่วงวันที่ 21-23 พ.ย. อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า และมีหมอกหนาในบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 17-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 8-13 องศาเซลเซียส ในช่วงวันที่ 24-27 พ.ย. มีอากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า และอุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศา อุณหภูมิต่ำสุด 16-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
- เนื่องจากสภาพอากาศที่แห้ง เกษตรกรควรระวังและป้องกันอัคคีภัยโดยทำแนวกันไฟรอบพื้นที่เพาะปลูก อาคารบ้านเรือน และโรงเรือนเก็บพืชผลทางการเกษตร รวมทั้งหลีกเลี่ยงการจุดไฟในพื้นที่การเกษตร หากมีความจำเป็นควรดับให้สนิททุกครั้งหลังเลิกใช้งาน
-ในช่วงที่อุณหภูมิลดลงผู้ที่เลี้ยงสัตว์ควรดูแลอุณหภูมิภายในโรงเรือนอย่าให้เปลี่ยนแปลงรวดเร็วป้องกันสัตว์ปรับตัวไม่ทันอ่อนแอและเป็นโรคได้ง่าย รวมทั้งเพิ่มความอบอุ่นภายในโรงเรือน โดยเฉพาะสัตว์ที่ยังเล็กอาจอ่อนแอและเป็นโรคได้ง่าย
- สำหรับชาวสวนผลไม้ เช่น ลิ้นจี่ ลำไย และมะม่วง เป็นต้น ควรระวังและป้องกันการระบาดของศัตรูพืชจำพวกปากดูด เช่น เพลี้ยและไรชนิดต่างๆซึ่งจะดูดกินน้ำเลี้ยงทำให้ต้นพืชทรุดโทรม ตาดอกเหี่ยวแห้ง ส่งผลต่อการผลิดอกออกผลของพืช และอาจเป็นสาเหตุของการเกิดโรคพืชได้
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
       อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า และอุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-3 องศา โดยมีหมอกหนาในบางพื้นที่ ตลอดสัปดาห์ บริเวณยอดภูมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10-14 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 19-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
- เนื่องจากระยะนี้ท้องฟ้าโปร่ง และมีแดดจัด เกษตรกรที่ต้องทำงานกลางแจ้งเป็นเวลานาน ควรสวมเสื้อผ้าให้มิดชิด และดื่มน้ำบ่อยๆ เพื่อป้องกันผิวหนังถูกแดดเผาและร่างกายขาดน้ำ
- ระยะนี้อากาศแห้งเหมาะแก่การระบาดของศัตรูพืชจำพวกปากดูด ซึ่งจะดูดกินน้ำเลี้ยงทำให้พืชเสียหาย ผลผลิตด้อยคุณภาพ ดังนั้น เกษตรกรควรระวังและป้องกันการระบาดของศัตรูพืชดังกล่าว ในพืชไร่ ไม้ผล และพืชผัก เป็นต้น
- เนื่องจากช่วงนี้ความชื้นในดินยังคงมีอยู่ เกษตรกรที่ต้องการปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย ยังคงทำได้ แต่ควรมีน้ำสำรองให้แก่พืชในระยะเจริญเติบโต เนื่องจากระยะต่อไปปริมาณและการกระจายของฝนจะมีน้อย หากพืชได้รับน้ำไม่เพียงพอจะทำให้ผลผลิตลดลง หากขาดน้ำจะทำให้สูญเสียผลผลิตอย่างสิ้นเชิง
ภาคกลาง
       อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า และอุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-3 องศา โดยมีหมอกหนาในบางพื้นที่ ตลอดสัปดาห์ อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
- ผู้ที่เลี้ยงสัตว์ควรควบคุมอุณหภูมิภายในโรงเรือนอย่าให้เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว เพราะสัตว์เลี้ยงอาจปรับตัวไม่ทัน อ่อนแอและเป็นโรคได้ง่าย และควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสัตว์ป่วยและสารคัดหลั่งจากสัตว์โดยตรงหากมีความจำเป็นต้องสัมผัสควรสวมถุงมือยางและสวมเสื้อผ้าให้มิดชิดทุกครั้ง
- สำหรับระยะต่อไปจะเป็นช่วงแล้งปริมาณฝนมีน้อยแต่การระเหยของน้ำจะมีมาก พื้นที่การเกษตรที่อยู่นอกเขตชลประทาน เกษตรกรควรใช้น้ำที่เก็บกักไว้อย่างประหยัด โดยให้น้ำพืชครั้งละน้อยๆแต่บ่อยๆครั้ง และควรเลือกให้น้ำพืชในตอนเย็น เพื่อลดการสูญเสียน้ำเนื่องจากการระเหย
ภาคตะวันออก
       อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า และอุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-3 องศา โดยมีหมอกหนาในบางพื้นที่ ตลอดสัปดาห์ อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร
- สำหรับทางตอนบนของภาคซึ่งสภาพอากาศแห้ง เกษตรกรควรระวังและป้องกันการระบาดของศัตรูพืชจำพวกปากดูด เช่น เพลี้ยและไรชนิดต่างๆ ซึ่งจะดูดกินน้ำเลี้ยงจากพืชทำให้ ต้นพืชเสียหาย ผลผลิตลดลง
- ส่วนทางตอนล่างของภาคฝนจะลดลง เกษตรกรควรระวังและป้องกันการระบาดของศัตรูพืชจำพวกหนอน ในพืชไร่ ไม้ผล และพืชผัก เป็นต้น ซึ่งหนอนจะกัดกินส่วนที่อ่อนของพืช ทำให้ต้นชะงักการเจริญเติบโต ผลผลิตเสียหาย และด้อยคุณภาพ
- เนื่องจากปริมาณและการกระจายของฝนลดลง เกษตรกรที่มีแหล่งน้ำเป็นของตนเองควรวางแผนการใช้น้ำที่เก็บกักไว้ให้มีประสิทธิภาพ เพื่อจะได้มีน้ำใช้ทางด้านการเกษตรในช่วงแล้ง
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)
       มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ตลอดช่วง และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 20-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส
-ในช่วงมี่มีฝนตกหนักติดต่อกัน เกษตรกรควรระวังอันตรายและป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น โดยเตรียมอพยพสัตว์เลี้ยง อาหารสัตว์ และพันธุ์พืชไปไว้ในที่สูงน้ำท่วมไม่ถึง หากเกษตรกรต้องอพยพไปด้วยควรเตรียมอาหารและน้ำดื่มเอาไว้ให้พร้อม
-สำหรับผู้ที่เลี้ยงสัตว์น้ำในบ่อเลี้ยงควรป้องกันน้ำฝนที่ตกบนดินไหลลงบ่อเพราะจะทำให้สภาพน้ำเปลี่ยนสัตว์น้ำปรับตัวไม่ทันอ่อนแอและเป็นโรคได้ง่าย
-ในช่วงที่มีฝนตกทำให้ความชื้นในดินและในอากาศสูงผู้ที่ปลูกพืชสวนควรระวังและป้องกันการระบาดของโรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา เช่น โรครากเน่าโคนเน่าและโรคราสีชมพู ในไม้ผล โรคหน้ากรีดยางและโรคใบยางร่วงลูกยางเน่า ในยางพารา และโรคราสนิมในกาแฟ เป็นต้น ซึ่งจะทำให้ต้นพืชเสียหายและตายได้ โดยดูแลสวนให้โปร่งอากาศถ่ายเทได้สะดวกเพื่อลดความชื้นภายในสวน รวมทั้งเก็บกวาดใบและกิ่งที่เป็นโรคไปกำจัด โดยเผาหรือฝังให้ลึก
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)
       มีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ถึงกระจาย ร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ตลอดช่วง และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส
-ในช่วงมี่มีฝนตกหนักติดต่อกัน เกษตรกรควรระวังอันตรายและป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น โดยเตรียมอพยพสัตว์เลี้ยง อาหารสัตว์ และพันธุ์พืชไปไว้ในที่สูงน้ำท่วมไม่ถึง หากเกษตรกรต้องอพยพไปด้วยควรเตรียมอาหารและน้ำดื่มเอาไว้ให้พร้อม
-สำหรับผู้ที่เลี้ยงสัตว์น้ำในบ่อเลี้ยงควรป้องกันน้ำฝนที่ตกบนดินไหลลงบ่อเพราะจะทำให้สภาพน้ำเปลี่ยนสัตว์น้ำปรับตัวไม่ทันอ่อนแอและเป็นโรคได้ง่าย
-ในช่วงที่มีฝนตกทำให้ความชื้นในดินและในอากาศสูงผู้ที่ปลูกพืชสวนควรระวังและป้องกันการระบาดของโรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา เช่น โรครากเน่าโคนเน่าและโรคราสีชมพู ในไม้ผล โรคหน้ากรีดยางและโรคใบยางร่วงลูกยางเน่า ในยางพารา และโรคราสนิมในกาแฟ เป็นต้น ซึ่งจะทำให้ต้นพืชเสียหายและตายได้ โดยดูแลสวนให้โปร่งอากาศถ่ายเทได้สะดวกเพื่อลดความชื้นภายในสวน รวมทั้งเก็บกวาดใบและกิ่งที่เป็นโรคไปกำจัด โดยเผาหรือฝังให้ลึก
ออกประกาศ 21 พฤศจิกายน 2557 00:00 น.
  ติดต่อเรา
กรมอุตุนิยมวิทยา www.tmd.go.th