วิชาการ
ความรู้ด้านอุตุนิยมวิทยา หนังสืออุตุนิยมวิทยา + เอกสารวิชาการ

FAQ
ความรู้อุตุนิยมวิทยา

แผ่นดินไหว คือ อะไร ?


             เป็นปรากฏการณ์จากภัยธรรมชาติ ที่ก่อให้เกิดอันตรายและความเสียหายร้ายแรงต่อชีวิต และทรัพย์สินของมนุษย์ได้เป็นบริเวณกว้าง เชื่อกันว่าทุกประเทศได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม ปัจจุบันหลายประเทศมีความพยายามเป็นอย่างมากที่จะทำการศึกษา       และทำความเข้าใจถึงกลไกของการเกิดแผ่นดินไหว เพื่อการพยากรณ์แผ่นดินไหว     และทำนายเหตุการณ์ว่าจะเกิดขึ้นวันที่เท่าไร?  ในบริเวณใด?  ขนาดเท่าใด? แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ     ดังนั้น  ในขณะนี้จึงยังไม่มีผู้ใดสามารถพยากรณ์แผ่นดินไหวได้อย่างถูกต้อง โดยทั่วไปสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการเผชิญกับภัยแผ่นดินไหว คือ การเตรียมความพร้อมที่ดี  แต่ละประเทศควรมีมาตรการในการป้องกัน และบรรเทาภัยแผ่นดินไหวทั้งในระยะสั้น ระยะปานกลาง และระยะยาว  เช่น  การศึกษาวิจัยเกี่ยวกับธรรมชาติของแหล่งกำเนิดแผ่นดินไหว รอยเลื่อนต่างๆ การให้ความรู้และข้อควรปฏิบัติเมื่อเกิดแผ่นดินไหวให้แก่ประชาชน ให้มีการแบ่งเขตแผ่นดินไหวตามความเหมาะสมของความเสี่ยงภัย การออกกฎหมายให้อาคารสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ สามารถรับแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่เสี่ยงภัย  มีการวางแผนการจัดการที่ดี หากเกิดความเสียหายร้ายแรงทั้งขณะเกิดและหลังเกิดแผ่นดินไหว เป็นต้น
            ในกรณีของประเทศไทย แม้ว่าตำแหน่งที่ตั้งทางภูมิประเทศจะอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยแผ่นดินไหวต่ำถึงปานกลาง  แต่เพื่อความไม่ประมาท กรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินกิจกรรมต่างๆเพื่อเสริมมาตรการข้างต้นโดยมีภารกิจในการตรวจวัดแผ่นดินไหวตลอด 24 ชั่วโมง  การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างประเทศเป็นประจำ  ตลอดจนการวางแผนจัดตั้ง โครงการลดภัยพิบัติจากแผ่นดินไหว  ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อชีวิตของประชาชนได้

รูปที่ 1 กลไกความร้อนภายในโลก
         ผลักดัน ทำให้เปลือกโลก
         เคลื่อนที่
  ที่มา : http://www.neutron.
          rmutphysics.com/news/

 

 



โลก

 
รูปที่  14.8 การนำพาคลื่นความร้อนภายในโลก เป็นกลไกให้เพลทเคลื่อนที่

แผ่นดินไหว เป็นปรากฏการณ์ภัยธรรมชาติที่เกิดจากการเคลื่อนตัวโดยฉับพลันของแผ่นเปลือกโลก    ส่วนใหญ่แผ่นดินไหวมักเกิดตรงบริเวณขอบของแผ่นเปลือกโลกที่เป็นแนวแผ่นดินไหวของโลก การเคลื่อนตัวดังกล่าว เกิดขึ้นเนื่องจากชั้นหินหลอมละลายที่อยู่ภายใต้เปลือกโลก ได้รับพลังงานความร้อนจากแกนโลก  และลอยตัวผลักดันให้เปลือกโลกมีการเคลื่อนตัวอยู่ตลอดเวลา    ทำให้เปลือกโลกแต่ละชิ้นมีการเคลื่อนที่ไปในทิศทางต่างๆกัน พร้อมกับมีการสะสมพลังงานไว้ภายใน  บริเวณขอบของชิ้นเปลือกโลกซึ่งเป็นส่วนที่ชนกัน และเสียดสีกัน หรือแยกออกจากกัน   หากบริเวณขอบของชิ้นแผ่นเปลือกโลกใดๆ ผ่านหรืออยู่ใกล้กับประเทศใดๆ  แล้วประเทศนั้นก็จะมีความเสี่ยงต่อภัยจากแผ่นดินไหวสูง   เช่น ประเทศญี่ปุ่น ประเทศฟิลิปปินส์ ประเทศอินโดนีเซีย นิวซีแลนด์ เป็นต้น       
           นอกจากนี้ พลังงานที่สะสมอยู่ในเปลือกโลกจะถูกส่งผ่าน
ไปยังเปลือกโลกบนพื้นทวีป  ตรงบริเวณรอยร้าวของหินใต้พื้นโลกหรือที่เรียกว่า "รอยเลื่อน" เมื่อระนาบรอยร้าวที่ประกบกันอยู่ได้รับแรงอัดมากๆ ก็จะทำให้รอยเลื่อนมีการเคลื่อนตัว อย่างฉับพลันเกิดเป็นแผ่นดินไหวขึ้นมา เช่นเดียวกัน

 

แหล่งกำเนิดแผ่นดินไหว    
แหล่งกำเนิดแผ่นดินไหวหรือบริเวณตำแหน่งศูนย์กลางแผ่นดินไหวส่วนใหญ่จะอยู่ตรงบริเวณ

-  แนวแผ่นดินไหวของโลก ตรงบริเวณขอบของแผ่นเปลือกโลก  ในกรณีของประเทศไทยแนวแผ่นดินไหวโลก
   ที่ใกล้ๆ ได้แก่ ในมหาสมุทรอินเดียบริเวณหมู่เกาะนิโคบาร์  สุมาตรา และ ประเทศพม่า ดังรูปที่ 2


              รูปที่ 2 แสดงบริเวณขอบของแผ่นเปลือกโลกที่ต่อกันจะเป็นแนวแผ่นดินไหวของโลก
              ที่มา
: http://www.environnet.in.th/2014/?p=4160

-  แนวรอยเลื่อนต่าง ๆ ในกรณีประเทศไทย ได้แก่ แนวรอยเลื่อนในประเทศและแนวรอยเลื่อนในประเทศ
   เพื่อนบ้านได้แก่ประเทศพม่า จีนตอนใต้ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
(สปป.ลาว)
-  บริเวณที่มนุษย์มีกิจกรรมกระตุ้นให้เกิดแผ่นดินไหว เช่น เหมือง เขื่อน บ่อน้ำมัน เป็นต้น

   

 

 

 

 

 

 

Active_Fault_2012 (14 รอยเลื่อน).jpgแนวรอยเลื่อนภายในประเทศซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในภาคเหนือ ภาคตะวันตก และภาคใต้ แสดงดังรูปที่ 3

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                                รูปที่ 3 แนวรอยเลื่อนมีพลังบริเวณประเทศไทย
                                 ที่มา
: กรมทรัพยากรธรณี

กลุ่มรอยเลื่อนที่สำคัญของประเทศไทยมี 14 กลุ่มรอยเลื่อน ดังนี้

 

1.    กลุ่มรอยเลื่อนแม่จัน
        รอยเลื่อนนี้วางตัวในแนวตะวันตก-ตะวันออก ซึ่งค่อนข้างบิดเอียงลงทิศใต้ และขึ้นทิศเหนือเล็กน้อย มีความยาวประมาณ 170 กิโลเมตรพาดผ่านตั้งแต่อำเภอฝาง อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ อำเภอแม่จัน อำเภอเชียงแสน อำเภอดอยหลวง และอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย และต่อเนื่องไปใน สปป.ลาว มีแหล่งน้ำพุร้อนปรากฏตลอดความยาวของรอยเลื่อนนี้ 3 แห่ง แผ่นดินไหวขนาดใหญ่ที่สุดที่วัดได้ตามแนวรอยเลื่อนนี้เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2550 มี ขนาด 6.3 (Mw)* มีจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวเกิดในพื้นที่สปป.ลาว

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

(Mw)* คือ ตามมาตราโมเมนต์แมกนิจูด

 

มีสาเหตุมาจากการเลื่อนตัวของรอยเลื่อนแม่จันในส่วนของสปป.ลาว ทำให้ผนังอาคารหลายหลังในจังหวัดเชียงรายได้รับความเสียหายและที่เสียหายมากบริเวณเสาอาคารเรียนโรงเรียนเม็งรายมหาราชวิทยาคม อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย

ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2530 เป็นต้นมา เกิดแผ่นดินไหวขนาด 3.0 - 4.0 จำนวน 10 ครั้ง และมีขนาด 4.0 - 4.5 จำนวน 3 ครั้ง บริเวณบ้านเวียงหนองหล่ม (เชื่อว่าเป็นเมืองโยนกนคร) ที่ตั้งอยู่ด้านตะวันตกเฉียงใต้ของอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นพื้นที่ระหว่างตอนปลายของรอยเลื่อน 2 แนวที่วางตัวเหลื่อมกัน พบซากอิฐโบราณของฐานเจดีย์จำนวนมาก จมอยู่ในหนองน้ำขนาดใหญ่และโผล่ขึ้นมาให้เห็นในฤดูแล้ง ซึ่งลักษณะของหนองน้ำนี้เกิดจากการยุบตัวอันเนื่องจากการเลื่อนตัวสัมพันธ์กันของสองรอยเลื่อน เมื่อหาอายุของก้อนอิฐโบราณเหล่านี้ได้อายุประมาณ 1,000 ปี ทำให้อนุมานได้ว่ามีแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ได้เกิดขึ้นบริเวณนี้ไม่เกินหนึ่งพันปีล่วงมาแล้ว
2. กลุ่มรอยเลื่อนแม่อิง

รอยเลื่อนนี้มีแนวการวางตัวอยู่ในทิศตะวันออกเฉียงเหนือ-ตะวันตกเฉียงใต้ เริ่มตั้งแต่อำเภอเทิง อำเภอขุนตาล อำเภอเชียงของ อำเภอเวียงแก่น ของจังหวัดเชียงราย ยาวต่อเนื่องเข้าไปใน สปป.ลาว มีความยาวประมาณ 70 กิโลเมตร และตั้งแต่ปี พ.ศ. 2530 เป็นต้นมาเคยเกิดแผ่นดินไหวขนาด 3.0 – 4.1 จำนวน 5 ครั้ง โดยเฉพาะแผ่นดินไหวขนาด 4.1 เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2554 ประชาชนในหลายอำเภอรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนของพื้นดิน
3. กลุ่มรอยเลื่อนแม่ฮ่องสอน

รอยเลื่อนนี้มีแนวการวางตัวอยู่ในทิศเหนือ-ใต้ เริ่มตั้งแต่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ผ่านอำเภอขุนยวม อำเภอแม่ลาน้อย และอำเภอแม่สะเรียง ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ต่อเนื่องลงมาถึงบริเวณทิศเหนือของอำเภอท่าสองยาง ของจังหวัดตาก มีความยาวประมาณ 200 กิโลเมตร ธรณีสัณฐานที่ปรากฏเด่นชัดมากในพื้นที่อำเภอแม่สะเรียงเป็นลักษณะทางน้ำแบบหุบเขารูปแก้วไวน์ (Wine glass valley) ซึ่งแสดงว่าพื้นที่มีการยกตัวอย่างต่อเนื่องจากอดีตถึงปัจจุบัน ซึ่งส่งผลให้ทางน้ำกัดเซาะลึกลงด้านล่างมากกว่ากัดเซาะด้านข้าง แนวรอยเลื่อนนี้มีแผ่นดินไหวขนาดเล็กและปานกลางเกิดขึ้นหลายครั้ง ที่สำคัญเป็นเหตุการณ์เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2532 เกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.1 มีศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ในประเทศพม่า ประชาชนรู้สึกถึงความสั่นสะเทือนได้ในหลายจังหวัดทางภาคเหนือ
4. กลุ่มรอยเลื่อนแม่ทา

เป็นกลุ่มรอยเลื่อนที่มีหลายส่วนรอยเลื่อนแยกเป็นเขตๆ เมื่อดูภาพรวมแล้วคล้ายอักษรตัวเอส (S-shape) ซึ่งแต่ละเขตรอยเลื่อนมีลักษณะการเลื่อนตัวที่แตกต่างกัน เริ่มจากการวางตัวในทิศเหนือ-ใต้ในพื้นที่อำเภอพร้าว ผ่านลงมาในเขตอำเภอดอยสะเก็ต ของจังหวัดเชียงใหม่ มีการเลื่อนตัวแบบรอยเลื่อนปกติ แล้วบิดไปทิศตะวันออกเฉียงใต้ในพื้นที่อำเภอสันกำแพง มีการเลื่อนตัวแบบรอยเลื่อนระนาบเหลื่อมขวา แล้ววกมาทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ขนานตามลำแม่น้ำทา ในพื้นที่อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน มีการเลื่อนตัวแบบรอยเลื่อนระนาบเหลื่อมซ้าย มีความยาวรวมทั้งหมดประมาณ 100 กิโลเมตร รอยเลื่อนนี้ปรากฏน้ำพุร้อนหลายแห่ง เช่นน้ำพุร้อนสันกำแพงซึ่งมีความสัมพันธ์กับการเกิดแผ่นดินไหวขนาดเล็กบ่อยครั้ง ส่วนเหนือของรอยเลื่อนในเขตอำเภอพร้าว ยังคงมีแผ่นดินไหวขนาดเล็กถึงปานกลางเกิดขึ้นเป็นประจำ ลักษณะธรณีสัณฐานของรอยเลื่อนกลุ่มนี้ คือ ผาสามเหลี่ยม ตะพักรอยเลื่อน และธารเหลื่อม ปรากฏอย่างชัดเจนตลอดแนว เหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งสำคัญเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2549 มีศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ที่อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ด้วยขนาดแผ่นดินไหว 5.1 แรงสั่นสะเทือนทำให้บ้านเรือนมีผนังร้าวในหลายอำเภอของจังหวัดเชียงใหม่

หากย้อนหลังไปก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2538 พบว่าเกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.2 มีศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ที่อำเภอพร้าว ประชาชนรู้สึกถึงการสั่นสะเทือนได้ในจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา และแม่ฮ่องสอน

5. กลุ่มรอยเลื่อนเถิน

มีทิศทางการวางตัวในแนวตะวันออกเฉียงเหนือ-ตะวันตกเฉียงใต้ ตัดผ่านเชิงเขาบริเวณรอยต่อระหว่างแอ่งแพร่ และแอ่งลำปาง คือรอยเลื่อนพาดผ่านตั้งแต่อำเภอเมืองแพร่ ลงมาสู่พื้นที่อำเภอสูงเม่น อำเภอลองและอำเภอวังชิ้น ของจังหวัดแพร่ แล้วยาวต่อเนื่องลงมาในพื้นที่อำเภอแม่ทะ อำเภอสบปราบ และอำเภอเถิน ของจังหวัดลำปาง มีความยาวทั้งหมดประมาณ 130 กิโลเมตร กลุ่มรอยเลื่อนนี้แสดงลักษณะธรณีวิทยาโครงสร้างและธรณีสัณฐานที่แสดงถึงการเลื่อนตัวครั้งใหม่ๆเป็นจำนวนมาก ก่อให้เกิดหน้าผาชันหลายแห่ง การเลื่อนตัวครั้งใหม่ๆอยู่บริเวณขอบแอ่งตะกอนด้านล่างใกล้ที่ราบลุ่ม จากภาพดาวเทียมเห็นลักษณะผาสามเหลี่ยมที่เรียงรายหลายลูกต่อเนื่องกันเป็นแนวยาวที่ชัดเจนมากอยู่ที่บริเวณด้านทิศตะวันออกของอำเภอสบปราบ และการเลื่อนตัวตามแนวระนาบก็พบหลักฐานชัดเจนจากการหักงอของทางน้ำหลายสาขาไปในทิศทางเดียวกัน ดังเช่นพื้นที่บ้านมาย อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง ทางน้ำที่ตัดผ่านรอยเลื่อนบริเวณนี้ถูกตัดในลักษณะเหลื่อมซ้าย โดยมีระยะของการเลื่อนตัวประมาณ 500 เมตร หากนับย้อนหลังไปในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาพบว่าเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่ของกลุ่มรอยเลื่อนเถิน ด้วยขนาด 3.0-5.0 จำนวนมากกว่า 20 ครั้ง ซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่ที่เกิดแผ่นดินไหวค่อนข้างบ่อยมาก

6. กลุ่มรอยเลื่อนปัว

มีทิศทางการวางตัวในแนวทิศเหนือ-ใต้ มีมุมเอียงเทไปทางทิศตะวันตก จัดเป็นรอยเลื่อนปกติ เป็นรอยเลื่อนที่มีการวางตัวเป็นแนวยาวรายรอบด้านทิศตะวันออกของแอ่งปัวเป็นส่วนใหญ่ เริ่มตั้งแต่บริเวณรอยต่อของประเทศไทย-สปป.ลาว เรื่อยลงมาในพื้นที่ของอำเภอทุ่งช้าง อำเภอเชียงกลาง อำเภอปัว และต่อเนื่องถึงอำเภอสันติสุข ของจังหวัดน่าน มีความยาวรวมทั้งหมดประมาณ 110 กิโลเมตร รอยเลื่อนนี้ประกอบด้วย 3 ส่วนรอยเลื่อนคือ ส่วนรอยเลื่อนทุ่งช้าง ส่วนรอยเลื่อนปัว และส่วนรอยเลื่อนสันติสุข      หากสืบค้นข้อมูลในอดีตพบว่าเคยเกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.5 เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2478 ในบริเวณรอยต่อของประเทศไทย-สปป.ลาวซึ่งเชื่อว่าเป็นอิทธิพลของการเลื่อนตัวของรอยเลื่อนปัว

7. กลุ่มรอยเลื่อนอุตรดิตถ์

 มีแนวการวางตัวในทิศตะวันออกเฉียงเหนือ-ตะวันตกเฉียงใต้ มีมุมเอียงเทไปทิศตะวันตกเฉียงเหนือมีความยาวประมาณ 130 กิโลเมตร รอยเลื่อนนี้เริ่มปรากฏให้เห็นชัดเจนตั้งแต่อำเภอฟากท่า ยาวลงมาในอำเภอน้ำปาด อำเภอทองแสนขัน ของจังหวัดอุตรดิตถ์ และต่อเนื่องถึงอำเภอพิชัย ของจังหวัดพิษณุโลก และเมื่อสืบค้นข้อมูลพบว่าเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2541 ได้เกิดแผ่นดินไหวขนาด 3.2 ซึ่งเป็นแผ่นดินไหวขนาดเล็ก มีศูนย์กลางเกิดอยู่บริเวณอำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ ประชาชนรู้สึกได้หลายอำเภอรวมทั้งอำเภอเมืองอุตรดิตถ์

8. กลุ่มรอยเลื่อนพะเยา
            เป็นรอยเลื่อนที่มีสองส่วนรอยเลื่อน และมีแนวการวางตัวแตกต่างกัน และแยกออกจากกันชัดเจน โดยรอยเลื่อนทางด้านซีกใต้มีการวางตัวในแนวเกือบทิศเหนือ-ใต้ ค่อนมาทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ         ซึ่งปรากฏอยู่บริเวณด้านทิศตะวันตกของขอบแอ่งพะเยาบริเวณเขตรอยต่อระหว่างอำเภอพาน ของจังหวัดเชียงราย   อำเภอเมืองของจังหวัดพะเยา และอำเภอวังเหนือของจังหวัดลำปาง ส่วนรอยเลื่อนนี้มีความยาวประมาณ 35 กิโลเมตร    แสดงลักษณะของผารอยเลื่อนหลายแนวและต่อเนื่องเป็นแนวตรงหันหน้าไปทิศตะวันออกบริเวณ อำเภอวังเหนือมีผารอยเลื่อนที่สูง 200 เมตร ทางน้ำสาขาต่างๆ ที่ตัดผ่านผารอยเลื่อนนี้  แสดงร่องรอยกัดเซาะลงแนวดิ่งลึกมากจนถึงชั้นดินดาน ซึ่งแสดงว่ารอยเลื่อนยังคงมีพลังไม่หยุดนิ่งจวบจนปัจจุบันนี้ ซึ่งสอดคล้องกับกรณีที่เกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่และเกิดความเสียหายมากที่สุดที่ประเทศไทยประสบกับภัยพิบัติแผ่นดินไหว คือเหตุการณ์เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2557 เวลา 18.08 น. มีจุดศูนย์กลางอยู่บริเวณ อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย มีขนาด 6.3  ซึ่งเป็นแผ่นดินไหวที่เกิดจากการเคลื่อนตัวของกลุ่มรอยเลื่อนพะเยา  ซึ่งเป็นหนึ่งของรอยเลื่อนมีพลังในภาคเหนือ การเกิดแผ่นดินไหวดังกล่าวมีความรุนแรงและเกิดขึ้นใกล้แหล่งชุมชน ก่อให้เกิดความเสียหายของสิ่งปลูกสร้างเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นความเสียหายด้านอาคารสถานที่ โบราณสถาน สถานที่ราชการ เส้นทางคมนาคมและบ้านเรือนของประชาชนในพื้นที่ จังหวัดที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด 7 จังหวัด ได้แก่
เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา น่าน แพร่ ลำปาง และกำแพงเพชร  ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจแผ่นดินไหวจังหวัดเชียงรายได้สรุปสถานการณ์พื้นที่ประสบภัยเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 ว่ามีพื้นที่ประสบภัยพิบัติ รวมทั้งสิ้น 7 อำเภอ 50 ตำบล 609 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหายรวม 8,935 หลัง มีผู้เสียชีวิต 1 คน
           นอกจากนี้ในอดีตยังเคยเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2537 มีศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ที่อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย มีความรุนแรงขนาด 5.2 ทำให้เกิดความเสียหายอย่างมากกับโรงพยาบาลอำเภอพานจนต้องทุบทิ้งสร้างใหม่ รวมทั้งส่งผลกระทบกับวัด และโรงเรียนต่างๆในอำเภอพาน นอกจากนี้ยังมีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นอีกหลายครั้งในปี พ.ศ. 2538 และ 2539 ในพื้นที่จังหวัดพะเยา และจังหวัดเชียงราย

9.
กลุ่มรอยเลื่อนเมย

รอยเลื่อนนี้ไม่ได้ต่อเนื่องมาจากรอยเลื่อนสะแกง ในเขตสหภาพพม่า รอยเลื่อนเมยเริ่มต้นปรากฏในพื้นที่สหภาพพม่ายาวต่อเนื่องเข้ามาในเขตประเทศไทยบริเวณลำน้ำเมย ที่บ้านท่าสองยาง อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก ตามแนวทิศตะวันตกเฉียงเหนือ-ตะวันออกเฉียงใต้ พาดผ่านอำเภอแม่ระมาด อำเภอแม่สอด อำเภอพบพระ อำเภอเมืองตาก อำเภอวังเจ้า ของจังหวัดตาก อำเภอโกสัมพีนคร และอำเภอคลองลาน ของจังหวัดกำแพงเพชร มีความยาวรวมประมาณ 260 กิโลเมตร ธรณีสัณฐานที่สำคัญที่พบคือ ธารเหลื่อม สันกั้น หุบเขาเส้นตรง และผารอยเลื่อน หลักฐานของธารเหลื่อมปรากฏชัดเจนที่บริเวณด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของบ้านท่าสองยาง ของอำเภอท่าสองยาง ลำห้วยขนาดเล็กถูกตัดให้หักเหลื่อมเป็นระยะทาง 500 เมตร และบ่งบอกว่าเป็นรอยเลื่อนตามแนวระนาบเหลื่อมขวา การเลื่อนตัวของรอยเลื่อนเมยก่อให้เกิดแผ่นดินไหวครั้งสำคัญในประเทศไทย เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2518 ได้เกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.6 มีศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ที่บ้านท่าสองยาง อำเภอท่าสองยาง ประชาชนรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้ในหลายจังหวัดในภาคเหนือ รวมทั้งกรุงเทพมหานคร

10. กลุ่มรอยเลื่อนศรีสวัสดิ์

 เป็นรอยเลื่อนที่วางตัวในทิศตะวันตกของประเทศไทย มีความยาวประมาณ 220 กิโลเมตร เริ่มต้นพาดผ่านพื้นที่ของสหภาพพม่าต่อเนื่องเข้าเขตประเทศไทยในพื้นที่อำเภออุ้มผาง ของจังหวัดตาก  อำเภอทองผาภูมิ ของจังหวัดกาญจนบุรี ผ่านอุทยานแห่งชาติห้วยขาแข้ง อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี ต่อเนื่องมาอำเภอศรีสวัสดิ์ อำเภอหนองปรือ และอำเภอบ่อพลอย ของจังหวัดกาญจนบุรี และอำเภอด่านช้างของจังหวัดสุพรรณบุรี รอยเลื่อนนี้วางตัวขนานมากับลำแม่น้ำแควใหญ่ จากการตรวจวัดด้วยเครื่องมือวัดแผ่นดินไหวพบว่าเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2526 ได้เกิดแผ่นดินไหวมีศูนย์กลางอยู่เหนืออ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ ใกล้ลำห้วยแม่พลู เกิดขึ้นตามแนวรอยเลื่อนศรีสวัสดิ์ ด้วยขนาด 5.9 แรงสั่นสะเทือนถึงกรุงเทพมหานคร และมีแผ่นดินไหวตามเกิดขึ้นอีกมากกว่าร้อยครั้ง

 

 

11. กลุ่มรอยเลื่อนเจดีย์สามองค์

    เป็นรอยเลื่อนที่เริ่มปรากฏขึ้นในเขตสหภาพพม่าเข้าสู่ตะเข็บชายแดนประเทศไทยบริเวณด่านเจดีย์สามองค์ อำเภอสังขละบุรี พาดผ่านอำเภอทองผาภูมิ อำเภอศรีสวัสดิ์ อำเภอเมืองกาญจนบุรี และสิ้นสุดบริเวณอำเภอด่านมะขามเตี้ย จังหวัดกาญจนบุรี โดยวางตัวขนานกับลำแม่น้ำแควน้อย มีความยาวรวมประมาณ 200 กิโลเมตร หลักฐานทางธรณีสัณฐานได้แก่ ธารเหลื่อม ผารอยเลื่อน ธารหัวขาด สันกั้น หนองหล่ม พุน้ำร้อน และผาสามเหลี่ยม ซึ่งบ่งชี้ว่ารอยเลื่อนนี้เลื่อนตัวตามแนวระนาบเหลื่อมขวาและตามแนวดิ่งแบบรอยเลื่อนย้อน

12. กลุ่มรอยเลื่อนระนอง

   รอยเลื่อนระนองวางตัวในทิศตะวันออกเฉียงเหนือ-ตะวันตกเฉียงใต้ เริ่มตั้งแต่ในทะเลอันดามันขึ้นแผ่นดินที่อำเภอตะกั่วป่า และอำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา และผ่านจังหวัดระนอง จังหวัดชุมพร และต่อเนื่องไปในพื้นที่ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และมาลงอ่าวไทยบริเวณทิศตะวันออกของอำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีความยาวทั้งสิ้นประมาณ 300 กิโลเมตร มีรายงานแผ่นดินไหวเกิดขึ้นในอ่าวไทย เมื่อวันที่ 27-28 กันยายน 2549 มีขนาด 4.1-4.7 จำนวน 6 ครั้ง และในวันที่ 8 ตุลาคม 2549 มีขนาด 5.0 จำนวน 1 ครั้ง ประชาชนในหลายท้องที่รู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนของพื้นดิน ได้แต่ อำเภอหัวหิน อำเภอสามร้อยยอด อำเภอกุยบุรี อำเภอปราณบุรี อำเภอบางสะพาน อำเภอทับสะแก ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และอำเภอชะอำ อำเภอท่ายาง ของจังหวัดเพชรบุร

นอกจากนี้ยังเกิดแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2555 จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวเกิดขึ้นในเขตพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดระนอง ขนาด 4.0 ประชาชนรู้สึกสั่นไหวในพื้นที่ ตำบลเขานิเวศน์ ตำบลบางนอน อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง

13. รอยเลื่อนคลองมะรุ่ย

รอยเลื่อนนี้วางขนานกับกลุ่มรอยเลื่อนระนอง เป็นกลุ่มรอยเลื่อนตามแนวระนาบแบบเหลื่อมซ้าย และเลื่อนตัวในแนวดิ่งแบบรอยเลื่อนย้อน แนวรอยเลื่อนนี้เริ่มปรากฏในทะเลอันดามันบริเวณทิศตะวันออกของภูเก็ต และเกาะยาว ในบริเวณอ่าวพังงา รอยเลื่อนยาวต่อเนื่องขึ้นบกบริเวณลำคลองมะรุ่ย อำเภอทับปุด อำเภอตะกั่วทุ่ง และอำเภอท้ายเหมือง ของจังหวัดพังงา พาดผ่านต่อเนื่องไปในจังหวัดสุราษฎร์ธานี รวมความยาวเฉพาะส่วนบนแผ่นดินประมาณ 140 กิโลเมตร ซึ่งในเขตอำเภอไชยานี้มีแหล่งน้ำพุร้อนหลายแห่งไหลขึ้นมาตามแนวรอยเลื่อนนี้ แผ่นดินไหวตามแนวรอยเลื่อนนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2551 อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ขนาด 4.1 เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2555 เกิดแผ่นดินไหวมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ขนาด 4.3 และล่าสุดได้เกิดแผ่นดินไหวขนาด 3.8 บริเวณนอกชายฝั่งทางทิศตะวันออกของจังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2558 แผ่นดินไหวทั้งสองครั้งนี้ทำให้บ้านเรือนประชาชนเสียหายบางส่วนหลายหลัง ประชาชนทั่วทั้งเกาะภูเก็ตรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว

14. กลุ่มรอยเลื่อนเพชรบูรณ์

วางตัวในทิศเหนือ-ใต้ ซึ่งขนาบสองข้างของแอ่งเพชรบูรณ์ ที่มีการเอียงเทเข้าหากลางแอ่งทั้งสองด้าน มีลักษณะการเลื่อนแบบรอยเลื่อนปกติ รอยเลื่อนนี้พาดผ่านจังหวัดเพชรบูรณ์ มีความยาวประมาณ 60 กิโลเมตร หากตรวจสอบข้อมูลการเกิดแผ่นดินไหวพบว่าเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2533 เกิดแผ่นดินไหวขนาด 4.0 ประชาชนรับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือนในอำเภอหล่มสัก และอำเภอหล่มเก่า

 

 


การตรวจวัดแผ่นดินไหว

                แผ่นดินไหวเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติซึ่งสามารถส่งแรงสั่นสะเทือน  หรือมีผลกระทบไปได้ไกลไม่เฉพาะบริเวณประเทศที่เกิดเท่านั้น   บางครั้งหากมีขนาดใหญ่  คลื่นแผ่นดินไหวสามารถส่งผ่านไปได้บนผิวโลกหลายพันกิโลเมตรในหลายประเทศ ดังนั้น การตรวจวัดแผ่นดินไหว จึงใช้ทั้งระบบเครือข่ายสถานีตรวจวัดแผ่นดินไหวในระดับแต่ละประเทศ และเครือข่ายในระดับโลก  เพื่อการวิเคราะห์ตำแหน่ง ขนาดและเวลาเกิดของเหตุการณ์แผ่นดินไหวได้อย่างรวดเร็ว   ประเทศไทยเริ่มมีการตรวจแผ่นดินไหว เมื่อปี พ.ศ. 2506 สถานีตรวจวัดแผ่นดินไหวแห่งแรกของกรมอุตุนิยมวิทยา ติดตั้ง ณ จังหวัดเชียงใหม่ โดยเข้าร่วมอยู่ในเครือข่ายระบบมาตรฐานโลก(Worldwide Standardized Seismograph Network : WWSSN) และต่อมาได้มีการปรับเปลี่ยนเป็นระบบเครือข่าย(Incorporated Research Institution of Seismology : IRIS) ซึ่งเป็นเครือข่ายโดยความร่วมมือของสถาบันการศึกษาหลายแห่งในสหรัฐอเมริกา และบุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงข้อมูลผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต

ระบบตรวจวัดแผ่นดินไหวของกรมอุตุนิยมวิทยาเริ่มติดตั้งระบบตั้งแต่ปีพ.ศ. 2549 มีทั้งหมด 41 สถานี ประกอบไปด้วยเครื่องมือวัดความเร็วของพื้นดินซึ่งใช้ในการหาศูนย์กลางแผ่นดินไหว เครื่องมือวัดความเร่งของพื้นดิน ซึ่งวิศวกรจะใช้ข้อมูลนี้ในการออกแบบโครงสร้างอาคารให้เหมาะสมสามารถต้านความสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวได้ตามความเสี่ยงในแต่ละพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีหลายหน่วยงานที่ทำการตรวจวัดแผ่นดินไหวในหลายวัตถุประสงค์ เช่น กรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือมีระบบเครือข่ายแบบ Array เพื่อการตรวจจับการทดลองระเบิดนิวเคลียร์ใต้พื้นดิน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยมีการตรวจแผ่นดินไหวขนาดเล็กเป็นเครือข่ายบริเวณเขื่อนทางภาคตะวันตก สำหรับกรมชลประทานมีเครือข่ายตรวจแผ่นดินไหวเพื่อศึกษาลักษณะการเกิดแผ่นดินไหวก่อนการสร้างเขื่อนและกรมโยธาธิการร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยทำการวิจัย เรื่อง การตอบสนองของอาคารจากความสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว เป็นต้น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


รูปที่ 4  ระบบตรวจวัดแผ่นดินไหวและสึนามิในประเทศไทย

 

ขนาดและความรุนแรง
ขนาด (Magnitude)    เป็นปริมาณที่มีความสัมพันธ์กับพลังงานที่พื้นโลกปลดปล่อยออกมาในรูปของการสั่นสะเทือน  คำนวณได้จากการตรวจวัดค่าความสูงของคลื่นแผ่นดินไหวที่ตรวจวัด   ได้ด้วยเครื่องมือตรวจแผ่นดินไหว โดยเป็นค่าปริมาณที่บ่งชี้ขนาด ณ บริเวณศูนย์กลางแผ่นดินไหว

ขนาดของแผ่นดินไหว

ขนาด

ความสัมพันธ์ของขนาดโดยประมาณกับความสั่นสะเทือนใกล้ศูนย์กลาง

1-2.9

เกิดการสั่นไหวเล็กน้อย ผู้คนเริ่มมีความรู้สึกถึงการสั่นไหว บางครั้ง รู้สึกเวียน ศีรษะ

3-3.9

เกิดการสั่นไหวเล็กน้อย ผู้คนที่อยู่ในอาคารรู้สึกเหมือนรถไฟวิ่งผ่าน

4-4.9

เกิดการสั่นไหวปานกลาง ผู้ที่อาศัยอยู่ทั้งภายในอาคาร และนอกอาคาร รู้สึกถึงการ สั่นสะเทือน วัตถุห้อยแขวนแกว่งไกว

5-5.9

เกิดการสั่นไหวรุนแรงเป็นบริเวณกว้าง เครื่องเรือน และวัตถุมีการเคลื่อนที่

6-6.9

เกิดการสั่นไหวรุนแรงมาก อาคารเริ่มเสียหาย พังทลาย

7.0 ขึ้นไป

เกิดการสั่นไหวร้ายแรง อาคาร สิ่งก่อสร้างมีความเสียหายอย่างมาก แผ่นดินแยก วัตถุที่อยู่บนพื้นถูกเหวี่ยงกระเด็น

 

การคำนวณขนาดแผ่นดินไหวแบบต่างๆ
ขนาดแผ่นดินไหวท้องถิ่น(Ml)
           
      แสดงถึงระดับขนาดของแผ่นดินไหวในท้องถิ่นหรือแผ่นดินไหวใกล้ที่มีระยะทางจากศูนย์กลางแผ่นดินไหวถึงสถานีตรวจวัดไม่เกิน 1200 กิโลเมตร นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกันชื่อริกเตอร์(Richter) เป็นผู้คิดคำนวณขึ้นในราวปี ค.. 1935 ยังไม่มีมาตรฐานสำหรับการวัดขนาดความสั่นสะเทือนเนื่องจากแผ่นดินไหว ริกเตอร์ได้สังเกตผลการตรวจวัดคลื่นแผ่นดินไหว และพบว่า ณ เหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งหนึ่งๆเครื่องมือตรวจวัดแผ่นดินไหวจะวัดค่าของความสูงของคลื่นชนิด S (Amplitude of S wave)  ของแต่ละสถานีตรวจวัดต่างกันออกไป โดยมีค่าแปรตามระยะทางและความแรงของการสั่นสะเทือน   เมื่อเปรียบเทียบความสูงของคลื่นแผ่นดินไหวที่ตรวจวัดจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเดียวกัน หรือมีตำแหน่งศูนย์กลางเดียวกัน เหตุการณ์ที่มีค่าความสูงของคลื่นมากกว่าแสดงว่ามีความแรงของความสั่นสะเทือนมากกว่าอีกเหตุการณ์ ดังนั้นความสูงของคลื่นแผ่นดินไหวจะเป็นสิ่งกำหนดขนาดของแผ่นดินไหว และอัตราการเพิ่มของความสูงของคลื่นแผ่นดินไหวอยู่ในรูปของล็อกการิทึ่ม ริกเตอร์จึงกำหนดค่ามาตรฐานความสูงของคลื่นซึ่งแปรผันตามระยะทางเป็นสิ่งเปรียบเทียบกับความสูงของคลื่นแผ่นดินไหวที่ตรวจวัดได้ ค่ามาตรฐานนี้หาได้จากการตรวจวัดแผ่นดินไหวด้วยเครื่องมือตรวจวัดความสั่นสะเทือนมาตรฐานในยุคนั้นที่เรียกว่า Standard short-period torsion seismometer  ซึ่งมีกำลังขยาย 2800 เท่า โดยกำหนดให้ค่าขนาดความสูงของคลื่นมาตรฐาน(A0)ที่ระยะทางจากจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวถึงสถานีตรวจวัดแผ่นดินไหว 100 กิโลเมตร มีความสูงของคลื่นวัดได้ 0.001 มิลลิเมตร หรือสามารถหาค่าได้จากสูตรคำนวณค่า LOG (A0) ซึ่งเป็นผลการคำนวณจากสถิติของการตรวจวัดแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นจริงหลายๆ ครั้ง ในบริเวณรัฐแคลิฟอร์เนีย พบว่าในแต่ละระดับความสูงของคลื่นที่ต่างกัน 1 ระดับความสูงของคลื่นจะต่างกันประมาณ 10  เท่า  ต่อมานายริกเตอร์ได้เสนอบทความ เกี่ยวกับเรื่องการหาขนาดของแผ่นดินไหวโดยเครื่องตรวจวัดแผ่นดินไหวใน Bulletin of the Seismological Society of America เมื่อเดือนมกราคม ปี ค.. 1935  ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่มีหน่วยทางด้านวิทยาศาสตร์ของขนาดแผ่นดินไหวขึ้น  และนำขนาดนี้ใช้กับแผ่นดินไหวท้องถิ่น ซึ่งเป็นตัวแทนของการวัดการขจัดของคลื่นตามขวางที่สูงที่สุดเปรียบเทียบกับความสูงของคลื่นมาตรฐานหรือการขจัดมาตรฐาน(A0)

 
การคำนวณหาค่า ขนาดแผ่นดินไหวท้องถิ่น (ML)

                ML            =              LOG(A) – LOG(A0)      
               ML            =      ขนาดแผ่นดินไหวท้องถิ่น
                LOG (A)     =      ขนาดความสูงของคลื่น S ที่สูงที่สุด(A)  ตรวจวัดได้จากการเกิดแผ่นดินไหว
                                         กำหนดเป็น
LOGARITHM SCALE
              LOG (A0)    =         ขนาดความสูงของคลื่นแผ่นดินไหวมาตรฐาน (A0) มีค่าแปรตามระยะทาง                                
          กำหนดเป็น
LOGARITHM SCALE ดังแสดงตามตารางที่ 1
การคำนวณหาค่าขนาดแผ่นดินไหวท้องถิ่นโดยใช้สูตร

               จาก         ML   =   LOG(A)  - LOG(A0)   และ
                        LOG(A0)    =   3.37 – 3 LOG (
)
                 A   =   ครึ่งหนึ่งของความสูงของคลื่นแผ่นดินไหว ที่ตรวจวัดได้ x2800 / กำลังขยายของเครื่องตรวจวัด มีหน่วยเป็นมิลลิเมตร  (Trace  Amplitude/2 x 2800/ค่ากำลังขยาย)
             A0 =  ความสูงของคลื่นมาตรฐาน ณ แผ่นดินไหวที่ระยะทาง
..
            
 =  ระยะทางเป็น ก..จากจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวถึงสถานีตรวจวัดแผ่นดินไหว

 

 

 

 

 

                   ตารางที่ 1 แสดงค่าความสูงของคลื่นแผ่นดินไหวมาตรฐานที่ระยะทาง (กิโลเมตร) ต่าง ๆ

กม.

LOG (A0)

กม.

LOG(A0)

กม.

LOG(A0)

กม.

LOG(A0)

กม.

LOG(A0)

กม.

LOG(A0)

25

-1.65

130

-3.19

235

-3.72

340

-4.22

445

-4.61

550

-4.84

30

-2.10

135

-3.21

240

-3.74

345

-4.24

450

-4.62

555

-4.85

35

-2.32

140

-3.23

245

-3.77

350

-4.26

455

-4.63

560

-4.86

40

-2.43

145

-3.28

250

-3.79

355

-4.28

460

-4.64

565

-4.87

45

-2.54

150

-3.29

255

-3.81

360

-4.3

465

-4.66

570

-4.88

50

-2.63

155

-3.3

260

-3.83

365

-4.32

470

-4.68

575

-4.89

55

-2.70

160

-3.32

265

-3.85

370

-4.34

475

-4.69

580

-4.9

60

-2.77

165

-3.35

270

-3.88

375

-4.36

480

-4.70

585

-4.91

65

-2.79

170

-3.38

275

-3.92

380

-4.38

485

-4.71

590

-4.92

70

-2.83

175

-3.4

280

-3.94

385

-4.4

490

-4.72

595

-4.93

75

-2.87

180

-3.43

285

-3.97

390

-4.42

495

-4.73

600

-4.94

80

-2.9

185

-3.45

290

-3.98

395

-4.44

500

-4.74

 

 

85

-2.94

190

-3.47

295

-4.00

400

-4.46

505

-4.75

 

 

90

-2.96

195

-3.5

300

-4.02

405

-4.48

510

-4.76

 

 

95

-2.98

200

-3.53

305

-4.05

410

-4.5

515

-4.77

 

 

100

-3.00

205

-3.56

310

-4.08

415

-4.51

520

-4.78

 

 

105

-3.03

210

-3.59

315

-4.10

420

-4.52

525

-4.79

 

 

110

-3.08

215

-3.62

320

-4.12

425

-4.54

530

-4.8

 

 

115

-3.10

220

-3.65

325

-4.15

430

-4.56

535

-4.81

 

 

120

-3.12

225

-3.68

330

-4.17

435

-4.57

540

-4.82

 

 

125

-3.15

230

-3.7

335

-4.2

440

-4.59

545

-4.83

 

 

 

ขนาดแผ่นดินไหวระยะไกล (MB)

    นิยมใช้กับแผ่นดินไหวที่มีระยะทางหลายร้อยกิโลเมตรและมีขนาดตั้งแต่ขนาดปานกลางจนถึงขนาดใหญ่ เนื่องจากคลื่นที่ใช้ในการคำนวณได้แก่ คลื่นตามยาว(คลื่น P) ตรวจวัดได้ดีสำหรับสถานีที่มีตำแหน่งไกลจากศูนย์กลางแผ่นดินไหว ในการตรวจวัดค่าความสูงของคลื่นแผ่นดินไหว ส่วนใหญ่นักแผ่นดินไหวหรือผู้ปฏิบัติงานจะตรวจวัดจากแผ่นกระดาษบันทึกเป็นแบบยอดคลื่นถึงยอดคลื่นในกรณีเป็นการบันทึกในระบบอนาล็อก หรือวัดจากผลการตรวจในระบบบันทึกดิจิตอล ด้วยซอฟท์แวร์เฉพาะ สำหรับการคำนวณค่า MB สามารถคำนวณได้จากสูตร

สูตรการหาขนาด MB
MB          =        log(Ag/T) +Q(D,h)
Ag = ครึ่งหนึ่งของความสูงของคลื่นP ที่สูงที่สุดมีหน่วยเป็น micron/กำลังขยาย (V)
T   = คาบเวลาของคลื่น P ที่ตรวจวัดความสูง
Q  = ค่าคงที่หาได้จากตารางค่า Q ซึ่งแปรตามค่าระยะทาง
D (แกนX) และค่าความลึก h
       (แกน Y)  แสดงดังรูปที่ 5

ค่า Q Mb
 

 

 

 

 

 

 

 

 


รูปที่ 5   แสดงค่า Q ที่แปรตามระยะทางและความลึก

ที่มา : http://nctr.pmel.noaa.gov/education/ITTI/usgs/GPS-thailand/Teleseismic_Magnitude_Exercise.pdf


การหาขนาดแผ่นดินไหวของคลื่นผิวพื้น
(MS)

  ขนาด MS นั้นนิยมใช้กับแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ที่มีตำแหน่งศูนย์กลางอยู่ห่างไกลจากสถานีตรวจมาก โดยคำนวณจากความสูงของคลื่นแผ่นดินไหวผิวพื้นกับค่าความยาวช่วงคลื่น ซึ่งทำการตรวจวัดได้ที่สถานี ส่วนใหญ่กำหนดให้ใช้ค่าความยาวช่วงคลื่นประมาณ 18-22 วินาที  
                 
สูตร การหาขนาด MS
               MS    =    log (Ag/T) + 1.66 log
D +3.3
                Ag   =       ครึ่งหนึ่งของความสูงของคลื่นที่สูงที่สุดมีหน่วยเป็น micron / กำลังขยาย (V)
                               โดยวัดจากคลื่นผิวพื้นของกระดาษบันทึกช่วงคลื่นยาว และมีความถี่อยู่ระหว่าง
                               18-22 วินาที
                T    =       ความยาวช่วงคลื่นผิวพื้นที่ตรวจวัดความสูงเป็นวินาที

D       =       ระยะทางเป็นองศามีค่าอยู่ระหว่าง 20-160 องศา

การหาขนาดโมเมนต์แผ่นดินไหว(MW)  Mw : Moment Magnitude by Hanks and Kanamori formula (1979)
              สูตร  การหาขนาด Mw

          Mw          =       (2/3) log Mo – 10.7   
                         Mo                   =      
μ  A d                                      

          Mo เป็นค่าสเกลาร์โมเมนต์ที่ได้จากการผลลัพธ์ดีที่สุดจากการคำนวณให้แรงคู่ควบของรอยเลื่อนมีพลังในสมมติวางตัวในทิศทางต่างๆ หรืออาจได้จากการวัดในภาคสนาม
         
μ  A d  เป็นค่า rigidity(μ ) x พื้นที่การเคลื่อนตัว (A)x ค่าขจัดการเลื่อนตัวของรอยเลื่อนมีพลัง (d)

การหาขนาดโมเมนต์แผ่นดินไหวของคลื่น P (Mwp)
                   Mwp เป็นค่าขนาดโมเมนต์แผ่นดินไหวที่คำนวณจากค่าความสูงของค่าการขจัดของคลื่น P โดย Tsuboil  ได้ประมาณค่านี้ ในปี พ.ศ. 2538

                  
สูตร การหาขนาด Mwp
                         Mwp                =         (log Mo – 9.1) /1.5        
|                        Mo                   =          Max (| p1 |,( p1- p2)) (4¶
ρα3r)/Fp         

                   โดยที่  p1 เป็นค่า แรกที่สูงที่สุดของการขจัดคลื่น P หน่วยเป็นเมตร
               
            p2 เป็นความสูงของคลื่นที่ 2 (ร่องคลื่น)
              
             ρ เป็นความหนาแน่นของเปลือกโลก หน่วยเป็น ก.ก/ลูกบาศก์เมตร
               
           α  เป็นความเร็วของคลื่น P ในเปลือกโลก ประมาณ 7.9 กิโลเมตรต่อวินาที
                             r   
เป็นระยะทางจากจุดกำเนิดแผ่นดินไหวถึงสถานีตรวจแผ่นดินไหว หน่วยเป็นกม.
 
                           Fp  เป็น ค่าแผ่กระจายออกไปของคลื่นตามรูปแบบของคลื่นเฉลี่ย ประมาณ 0.52

ความรุนแรงแผ่นดินไหว (Intensity) แสดงถึง ความรุนแรงของเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้น วัดได้จากปรากฏ การณ์ที่เกิดขึ้น ขณะเกิด และหลังเกิดแผ่นดินไหว เช่น ความรู้สึกของผู้คน ลักษณะที่วัตถุหรือ อาคารเสียหายหรือสภาพภูมิประเทศที่เปลี่ยนแปลง เป็นต้น ในกรณีของประเทศไทยใช้ มาตราเมอร์แคลลี่ สำหรับเปรียบเทียบอันดับ
ซึ่งมีทั้งหมด
12 อันดับ เรียงลำดับความรุนแรงแผ่นดินไหวจากน้อยไปมาก

มาตราเมอร์แคลลี่

อันดับที่

ลักษณะความรุนแรงโดยเปรียบเทียบ

I

เป็นอันดับที่อ่อนมาก ตรวจวัดโดยเครื่องมือ

II

พอรู้สึกได้สำหรับผู้ที่อยู่นิ่ง ๆ ในอาคารสูง ๆ

III

พอรู้สึกได้สำหรับผู้อยู่ในบ้าน แต่คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้สึก

IV

ผู้อยู่ในบ้านรู้สึกว่าของในบ้านสั่นไหว

V

รู้สึกเกือบทุกคน ของในบ้านเริ่มแกว่งไกว

VI

รู้สึกได้กับทุกคนของหนักในบ้านเริ่มเคลื่อนไหว

VII

ทุกคนต่างตกใจ สิ่งก่อสร้างเริ่มปรากฏความเสียหาย

VIII

เสียหายค่อนข้างมากในอาคารธรรมดา

IX

สิ่งก่อสร้างที่ออกแบบไว้อย่างดี เสียหายมาก

X

อาคารพัง รางรถไฟบิดงอ

XI

อาคารสิ่งก่อสร้างพังทลายเกือบทั้งหมด ผิวโลกปูดนูนและเลื่อนเป็นคลื่นบนพื้นดินอ่อน

XII

ทำลายหมดทุกอย่าง มองเห็นเป็นคลื่นบนแผ่นดิน








สถิติแผ่นดินไหวในประเทศไทย

               ประเทศไทยจัดว่าเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงแผ่นดินไหวระดับต่ำถึงปานกลาง ซึ่งมีความเสี่ยงจากแผ่นดินไหวที่เกิดจากรอยเลื่อนมีพลังภายในประเทศเองและแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นภายนอกประเทศ แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในประเทศไทยตั้งแต่ในอดีตถึงปัจจุบัน ซึ่งตรวจวัดโดยกรมอุตุนิยมวิทยามีขนาดอยู่ในระดับเล็กถึงปานกลาง ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งก่อสร้างใกล้ศูนย์กลางแผ่นดินไหว โดยมีรายละเอียดดังนี้ 
          สถิติแผ่นดินไหวในประเทศไทย ขนาดมากกว่า 5 ขึ้นไป ทำความเสียหายต่อสิ่งก่อสร้างต่างๆ
       

ลำดับที่

วัน  เดือน  ปี

ขนาด

บริเวณ

1.

17 กุมภาพันธ์ 2518

5.6

อ.ท่าสองยาง จ.ตาก

2.

15 เมษายน 2526

5.5

อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี

3.

22 เมษายน 2526

5.9

อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี

4.

22 เมษายน 2526

5.2

อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี

5.

11 กันยายน 2537

5.1

อ.พาน จ.เชียงราย

6.

9 ธันวาคม 2538

5.1

อ.ร้องกวาง จ.แพร่

7.

21 ธันวาคม 2538

5.2

อ.พร้าว จ.เชียงใหม่

8.

22 ธันวาคม 2539

5.5

พรมแดนไทย-ลาว

9.

13 ธันวาคม 2549

5.1

อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่

10.

5 พฤษภาคม 2557

6.3

อ.แม่ลาว จ.เชียงราย


  

 

 

เหตุการณ์แผ่นดินไหวรู้สึกได้ในประเทศไทย (กุมภาพันธ์ 2556 - พฤษภาคม 2558)
    (สถิติแผ่นดินไหวที่มีผลกระทบต่อประเทศไทย ดูได้จาก www.seismology.tmd.go.th)

วัน เดือน ปี

บริเวณที่เกิดแผ่นดินไหว

ขนาด

บันทึกเหตุการณ์

7 กุมภาพันธ์ 2556

ประเทศพม่า

4.3

รู้สึกสั่นไหวที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย

2 มีนาคม 2556

ต.ทุ่งฝาย อ.เมือง จ.ลำปาง

3.4

ได้ยินเสียงดัง บ้านมีการสั่น รู้สึกสั่นไหวที่
ต.ต้นฝาย ต.พิชัย ต.ต้นธงชัย จ.ลำปาง

1 เมษายน 2556

ประเทศพม่า

5.1

รู้สึกสั่นไหวที่ จ.แม่ฮ่องสอน

7 พฤษภาคม 2556

ประเทศพม่า

5.4

รู้สึกสั่นไหว ที่บ้านและบนอาคาร อ.แม่สาย
อ.เมือง จ.เชียงราย

7 มิถุนายน 2556

ต.ทุ่งปี้ อ.แม่วาง
จ.เชียงใหม่

3.1

รู้สึกสั่นไหวที่ อ.แม่วาง อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่

2 กรกฎาคม 2556

ตอนเหนือของเกาะ
สุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย

6.0

รู้สึกสั่นไหวบริเวณ จ.ภูเก็ต จ.พังงา และอาคารสูงในกรุงเทพฯ

1 สิงหาคม 2556

ต.แม่ปืม อ.เมือง
จ.พะเยา

3.7

รู้สึกสั่นไหวที่ อ.แม่ใจ จ.พะเยา

20 กันยายน 2556

อ.แม่จัน จ.เชียงราย

2.4

รู้สึกสั่นไหวที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย

11 ตุลาคม 2556

ต.ทุ่งหลวง อ.พร้าว
จ.เชียงใหม่

4.1

รู้สึกสั่นไหวที่ ต.สันทราย อ.พร้าว จ.เชียงใหม่

1 ธันวาคม 2556

ต.จำป่าหวาย อ.เมือง
จ.พะเยา

3.2

รู้สึกสั่นไหวที่ อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา

21 มีนาคม 2557

หมู่เกาะนิโคบาร์ ประเทศอินเดีย

6.4

รู้สึกสั่นไหวที่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต

วัน เดือน ปี

บริเวณที่เกิดแผ่นดินไหว

ขนาด

บันทึกเหตุการณ์

5 พฤษภาคม 2557

ต.ดงมะดะ อ.แม่ลาว
จ.เชียงราย

6.3

ถนน อาคารและบ้านเรือน บริเวณใกล้จุดศูนย์กลางได้รับความเสียหายอย่างหนัก
มีผู้เสียชีวิต 1 คน เกิดโคลนผุดรู้สึกสั่นไหวที่
จ.เชียงราย
, จ.แพร่,จ.แม่ฮ่องสอน, จ.อุตรดิตถ์, จ.พิษณุโลก, จ.เชียงใหม่และตึกสูงในกรุงเทพฯ

24 พฤษภาคม 2557

อ.นาน้อย จ.น่าน

3.6

รู้สึกสั่นไหวที่ ต.ในเวียง อ.เมือง จ.น่าน

24 ตุลาคม 2557

อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา

3.6

รู้สึกสั่นไหวที่ อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา

6 ธันวาคม 2557

ยูนนาน ประเทศจีน

5.9

รู้สึกสั่นไหวที่ ตึกสูง จ.เชียงราย, จ.เชียงใหม่และกรุงเทพมหานคร

19 มกราคม 2558

ต.เวียงมอก อ.เถิน
จ.ลำปาง

2.8

รู้สึกสั่นไหวที่ อ.เถิน จ.ลำปาง

20 กุมภาพันธ์ 2558

อ่าวพังงา ทางทิศใต้ของเกาะยาวใหญ่
อ.เกาะยาว จ.พังงา

4.0

รู้สึกสั่นไหวที่ อ.เมือง อ.กะทู้ อ.ถลาง จ.ภูเก็ต
เกาะยาวใหญ่ จ.พังงา

25 มีนาคม 2558

นอกชายฝั่งทางทิศตะวันออกของ จ.ภูเก็ต

3.8

รู้สึกสั่นไหวที่ อ.เมือง อ.กะทู้ อ.ถลาง จ.ภูเก็ต
เกาะยาวใหญ่  จ.พังงา

6 พฤษภาคม 2558

ในทะเลบริเวณ
อ.เกาะยาว จ.พังงา

4.6

รู้สึกสั่นไหวบริเวณ จ. พังงา จ.ภูเก็ต และ
จ.กระบี่

7 พฤษภาคม 2558

ใน ทะเลบริเวณ
อ.เกาะยาว จ.พังงา

4.5

รู้สึกสั่นไหวบริเวณ จ.พังงา จ.ภูเก็ต และ
จ.กระบี

24 พฤษภาคม 2558

ประเทศพม่า

5.1

รูสึกสั่นไหวบริเวณ จ.เชียงใหม, เชียงราย และแมฮองสอน





เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในต่างประเทศและทำความเสียหายให้แก่ชีวิตมนุษย์

สามารถดูได้จาก http://www.seismology.tmd.go.th/home.html

การพยากรณ์แผ่นดินไหว
             ภัยแผ่นดินไหวยังคงเป็นภัยธรรมชาติที่ยังไม่สามารถพยากรณ์ได้อย่างแม่นยำ ทั้งเรื่องตำแหน่ง ขนาด และเวลาเกิด ด้วยเทคโนโลยีและอุปกรณ์เครื่องมือตรวจวัดที่มีอยู่ในปัจจุบัน   อย่างไรก็ตามนักวิทยาศาสตร์ได้มี ความพยายามอย่างยิ่งในการศึกษาวิเคราะห์ถึงคุณลักษณะต่าง ๆ ของบริเวณแหล่ง กำเนิดแผ่นดินไหว เพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพในการพยากรณ์แผ่นดินไหว โดยอาศัยทั้งที่เป็นทฤษฎีเกี่ยวกับ


คุณลักษณะทางกายภาพของเปลือกโลก ที่เปลี่ยนแปลงจากปกติก่อนเกิดแผ่นดินไหว

- แรงเครียดในเปลือกโลกเพิ่มขึ้น
- การเปลี่ยนแปลงสนามไฟฟ้า สนามแม่เหล็ก สนามโน้มถ่วง
- การเคลื่อนตัวของเปลือกโลก
- น้ำใต้ดิน (ชาวจีน สังเกต การเปลี่ยนแปลง ของน้ำในบ่อน้ำ 5 ประการ ก่อนเกิดแผ่นดินไหว
  ได้แก่ น้ำขุ่นขึ้น มีการหมุนวนของน้ำ ระดับน้ำเปลี่ยนแปลง มีฟองอากาศ และรสขม)
- ปริมาณก๊าซเรดอน เพิ่มขึ้น
- การส่งคลื่นวิทยุความยาวคลื่น สูงๆ

 

การสังเกตพฤติกรรมของสัตว์หลายชนิดที่มีการรับรู้ถึงภัยก่อนเกิดแผ่นดินไหว
- แมลงสาบจำนวนมากวิ่งเพ่นพ่าน
- สุนัข เป็ด ไก่ หมู หมี ตื่นตกใจ
- หนู งู วิ่งออกมาจากรู
- ปลา กระโดดขึ้นจากผิวน้ำ ฯลฯ


เหตุการณ์แผ่นดินไหว
              เมื่อเกิดแผ่นดินไหวขนาดเล็กๆ ในบริเวณเดียวกัน หลายสิบครั้งหรือหลาย ร้อยครั้งในระยะเวลาสั้นๆ เป็นวันหรือในสัปดาห์ อาจเป็นสิ่งบอกเหตุล่วงหน้า ว่าจะเกิดแผ่นดิน ไหวที่มีขนาดใหญ่กว่าตามมาได้ หรือในบางบริเวณที่เคยเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ในอดีต สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าว่าอาจเกิด แผ่นดินไหวใหญ่ที่มีขนาดเท่าเทียมกัน หากบริเวณนั้นว่าง เว้นช่วงเวลา การเกิดแผ่นดินไหวเป็นระยะเวลา ยาวนานหลายสิบปีหรือ
หลายร้อยปี ยิ่งมีการ สะสมพลังงานที่เปลือกโลกในระยะเวลายาวนานเท่าใด การเคลื่อน ตัวโดยฉับพลันเป็นแผ่นดิน ไหวรุนแรงก็เพิ่มมากขึ้น
               โดยสรุปการพยากรณ์แผ่นดินไหวในภาวะปัจจุบัน ยังอยู่ในช่วงของการศึกษาวิจัยและพัฒนา เพื่อการคาดหมายที่แม่นยำและแน่นอนขึ้น อย่างไรก็ตามการมีมาตรการ ป้องกัน และบรรเทาภัยแผ่นดินไหว เช่น การก่อสร้างอาคารให้มีความมั่นคงแข็งแรงในพื้นที่ เสี่ยงภัย รวมถึงการเตรียมพร้อมที่ดีของประชาชน จะช่วยลดการสูญเสียได้มาก

การปฏิบัติและการป้องกัน
ก่อนการเกิดแผ่นดินไหว
1. ควรมีไฟฉายพร้อมถ่านไฟฉาย และกระเป๋ายาเตรียมไว้ในบ้าน และให้ทุกคนทราบว่าอยู่ที่ไหน
2. ศึกษาการปฐมพยาบาลเบื้องต้น
3. ควรมีเครื่องมือดับเพลิงไว้ในบ้าน เช่น เครื่องดับเพลิง ถุงทราย เป็นต้น
4. ควรทราบตำแหน่งของวาล์วปิดน้ำ วาล์วปิดก๊าซ สะพานไฟฟ้า สำหรับตัดกระแสไฟฟ้า
5. อย่าวางสิ่งของหนักบนชั้น หรือหิ้งสูง ๆ เมื่อแผ่นดินไหวอาจตกลงมาเป็นอันตรายได้
6. ผูกเครื่องใช้หนัก ๆ ให้แน่นกับพื้นผนังบ้าน
7. ควรมีการวางแผนเรื่องจุดนัดหมาย ในกรณีที่ต้องพลัดพรากจากกัน เพื่อมารวมกันอีกครั้ง ในภายหลัง
8. สร้างอาคารบ้านเรือนให้เป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่กำหนด สำหรับพื้นที่เสี่ยงภัยแผ่นดินไหว
ระหว่างเกิดแผ่นดินไหว

1. อย่าตื่นตกใจ พยายามควบคุมสติอยู่อย่างสงบ ถ้าท่านอยู่ในบ้านก็ให้อยู่ในบ้าน ถ้าท่านอยู่นอกบ้านก็ให้อยู่
   นอกบ้าน เพราะส่วนใหญ่ได้รับบาดเจ็บเพราะวิ่งเข้าออกจากบ้าน

2. ถ้าอยู่ในบ้านให้ยืนหรือมอบอยู่ในส่วนของบ้านที่มีโครงสร้างแข็งแรง ที่สามารถรับน้ำหนัก ได้มาก และให้
    อยู่ห่างจากประตู ระเบียง และหน้าต่าง

3. หากอยู่ในอาคารสูง ควรตั้งสติให้มั่น และรีบออกจากอาคารโดยเร็ว หนีให้ห่างจากสิ่งที่จะล้มทับได้
4. ถ้าอยู่ในที่โล่งแจ้ง ให้อยู่ห่างจากเสาไฟฟ้า และสิ่งห้อยแขวนต่าง ๆ ที่ปลอดภัยภายนอกคือที่โล่งแจ้ง
5. อย่าใช้ เทียน ไม้ขีดไฟ หรือสิ่งที่ทำให้เกิดเปลวหรือประกายไฟ เพราะอาจมีแก๊สรั่วอยู่บริเวณนั้น
6. ถ้าท่านกำลังขับรถให้หยุดรถและอยู่ภายในรถ จนกระทั่งการสั่นสะเทือนจะหยุด
7. ห้ามใช้ลิฟท์โดยเด็ดขาดขณะเกิดแผ่นดินไหว
8. หากอยู่ชายหาดให้อยู่ห่างจากชายฝั่ง เพราะอาจเกิดคลื่นขนาดใหญ่ซัดเข้าหาฝั่ง
หลังเกิดแผ่นดินไหว

1. ควรตรวจตัวเองและคนข้างเคียงว่าได้รับบาดเจ็บหรือไม่ ให้ทำการปฐมพยาบาลขั้นต้นก่อน
2. ควรรีบออกจากอาคารที่เสียหายทันที เพราะหากเกิดแผ่นดินไหวตามมาอาคารอาจพังทลายได้
3. ใส่รองเท้าหุ้มส้นเสมอ เพราะอาจมีเศษแก้ว หรือวัสดุแหลมคมอื่น ๆ และสิ่งหักพังแทง
4. ตรวจสายไฟ ท่อน้ำ ท่อแก๊ส ถ้าแก๊สรั่วให้ปิดวาล์วถังแก๊ส ยกสะพานไฟ อย่าจุดไม้ขีดไฟหรือก่อไฟจนกว่าจะ
   แน่ใจว่าไม่มีแก๊สรั่ว

5. ตรวจสอบว่า แก๊สรั่ว ด้วยการดมกลิ่นเท่านั้น ถ้าได้กลิ่นให้เปิดประตูหน้าต่างทุกบาน
6. ให้ออกจากบริเวณที่สายไฟขาด และวัสดุสายไฟพาดถึง
7. เปิดวิทยุฟังคำแนะนำฉุกเฉิน อย่าใช้โทรศัพท์ นอกจากจำเป็นจริง ๆ
8. สำรวจดูความเสียหายของท่อส้วม และท่อน้ำทิ้งก่อนใช้
9. อย่าเป็นไทยมุงหรือเข้าไปในเขตที่มีความเสียหายสูง หรืออาคารพัง   10. อย่าแพร่ข่าวลือ

สถิติการเกิดแผ่นดินไหวที่รุนแรงที่สุดของโลก 10 อันดับ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2500 – ปัจจุบัน

อันดับ

วัน เดือน ปี

บริเวณที่เกิดแผ่นดินไหว

1

5 พฤษภาคม 2503

ชายฝั่งทางตอนใต้ของประเทศชิลี ขนาด 9.5 มีผู้เสียชีวิต 1,600 ราย

2

27 มีนาคม 2507

อลาสก้า ประเทศสหรัฐอเมริกา ขนาด 9.2 เกิดสึนามิ มีผู้เสียชีวิต 128 ราย

3

26 ธันวาคม 2547

เกาะสุมาตราตอนเหนือ ประเทศอินโดนีเซีย ขนาด 9.1 (Mw)  เกิดสึนามิ
มีผู้เสียชีวิต 230,000 ราย

4

11 มีนาคม 2554

โทฮุคุ ประเทศญี่ปุ่น ขนาด 9.0 (Mw) เกิดสึนามิ มีผู้เสียชีวิต 16,000 ราย

5

27 กุมภาพันธ์ 2553

นอกชายฝั่งประเทศชิลี ขนาด 8.8 (Mw) เกิดสึนามิ มีผู้เสียชีวิต 523 ราย

6

4 กุมภาพันธ์ 2508

เกาะแรต ห่างออกไปไกลจากอลาสก้า ประเทศสหรัฐอเมริกา ขนาด 8.7
เกิดสึนามิ

7

28 มีนาคม 2548

ประเทศอินโดนีเซีย ขนาด 8.6 (Mw) เกิดสึนามิ มีผู้เสียชีวิต 1,000 ราย

8

11 เมษายน 2555

ประเทศอินโดนีเซีย ขนาด 8.6 (Mw) เกิดสึนามิ มีผู้เสียชีวิต 2 ราย

9

12 กันยายน 2550

เกาะสุมาตราตอนใต้ ประเทศอินโดนีเซีย ขนาด 8.5 (Mw) เกิดสึนามิ
มีผู้เสียชีวิต 25 ราย

10

25 กันยายน 2546

เกาะฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น ขนาด 8.3 (Mw)

 

                                     เอกสารความรู้เกี่ยวกับสึนามิ
                           (
http://www.seismology.tmd.go.th/lesson.html)

 

 

 

 

 

 

 

 

 



ความรู้ด้านมาตรการป้องกันภัยจากคลื่นสึนามิ

 

 

1.       เมื่อรู้สึกว่ามีการสั่นไหวเกิดขึ้น ขณะที่อยู่ในทะเลหรือบริเวณชายฝั่ง ให้รีบออกจากบริเวณชายฝั่ง ไปยังบริเวณที่สูงหรือที่ดอนทันที โดยไม่ต้องรอประกาศจากทางการ เนื่องจากคลื่นสึนามิเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง

2.       เมื่อได้รับฟังประกาศจากทางการเกี่ยวกับการเกิดแผ่นดินไหวบริเวณทะเลอันดามัน ให้เตรียมรับสถานะการณ์ที่อาจจะเกิดคลื่นสึนามิตามมาได้โดยด่วน

3.       สังเกตปรากฏการณ์ของชายฝั่งหากทะเลมีการลดระดับของน้ำลงมาก หลังการเกิดแผ่นดินไหว ให้สันนิษฐานว่าอาจเกิดคลื่นสึนามิตามมาได้ ให้อพยพคนในครอบครัว สัตว์เลี้ยงให้อยู่ห่างจากฝั่งมาก ๆ และอยู่ในที่ดอนหรือที่น้ำท่วมไม่ถึง

4.       ถ้าอยู่ในเรือซึ่งจอดอยู่ในท่าเรือหรืออ่าว ให้รีบนำเรือออกไปกลางทะเล เมื่อทราบว่าจะเกิดคลื่น สึนามิพัดเข้าหา เพราะคลื่นสึนามิที่อยู่ไกลชายฝั่งมาก ๆ จะมีขนาดเล็ก

5.       คลื่นสึนามิอาจเกิดขึ้นได้หลายระลอกจากการเกิดแผ่นดินไหวครั้งเดียว เนื่องจากมีการแกว่งไปมาของน้ำทะเล ดังนั้นควรรอซักระยะเวลาหนึ่งจึงสามารถลงไปชายหาดได้

6.       ติดตามการเสนอข่าวของทางราชการอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง

7.       หากที่พักอาศัยอยู่ใกล้ชายหาด ควรจัดทำเขื่อน กำแพง ปลูกต้นไม้ วางวัสดุ ลดแรงปะทะของน้ำทะเล และก่อสร้างที่พักอาศัยให้มั่นคงแข็งแรงในบริเวณย่านที่มีความเสี่ยงภัยในเรื่องคลื่นสึนามิ

8.       หลีกเลี่ยงการก่อสร้างใกล้ชายฝั่งในย่านที่มีความเสี่ยงภัยสูง

9.       วางแผนในการฝึกซ้อมรับภัยจากคลื่นสึนามิ เช่นกำหนดสถานที่ในการอพยพ แหล่งสะสมน้ำสะอาด เป็นต้น

10.   จัดวางผังเมืองให้เหมาะสม บริเวณแหล่งที่อาศัยควรมีระยะห่างจากชายฝั่ง

11.   ประชาสัมพันธ์และให้ความรู้ประชาชนในเรื่องการป้องกันและบรรเทาภัยจากคลื่นสึนามิและแผ่นดินไหว

12.   วางแผนล่วงหน้าหากเกิดสถานะการณ์ขึ้นจริง ในเรื่องการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดขั้นตอนในด้านการช่วยเหลือบรรเทาภัย ด้านสาธารณะสุข การรื้อถอนและฟื้นฟูสิ่งก่อสร้าง เป็นต้น

13.   อย่าลงไปในชายหาดเพื่อดูคลื่นสึนามิ เพราะเมื่อเห็นคลื่นแล้วก็ใกล้เกินกว่าจะหลบหนีได้ทัน

14.   คลื่นสึนามิในบริเวณหนึ่ง อาจมีขนาดเล็ก แต่อีกบริเวณหนึ่งอาจมีขนาดใหญ่ ดังนั้นเมื่อได้ยินข่าวการเกิดคลื่นสึนามิขนาดเล็กในสถานที่หนึ่ง จงอย่าประมาทให้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์

ปรับปรุงเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2558

 

 

 

 

 

 

แหล่งข้อมูลแผ่นดินไหวต่าง ๆ

1.

หนังสือ รายชื่อจังหวัดที่มีรอยเลื่อนมีพลังพาดผ่าน กรมทรัพยากรธรณี

2.

หนังสือ แผ่นดินไหวกับประเทศไทย กรมทรัพยากรธรณี

3.

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

4.

http://wwwneic.cr.usgs.gov/neis/bulletin/bulletin.html

5.

http://seismo.ethz.ch/redpuma/redpuma_ami_list.html

6.

http://www.iris.washington.edu

7.

http://www.ctbt.rnd.doe.gov/ctbt

8.

http://bsworb.knmi.nl/other.services/seismobig.html

9.

http://orfeus.knmi.nl

10.

http://www.seismology.tmd.go.th/earthquakestat.html

11.

http://www.seismology.tmd.go.th/stations.html

12.

http://civil.eng.chula.ac.th/earthquake/index.htm