อุตุนิยมวิทยาเพื่อการเกษตร

พยากณ์อากาศเพื่อการเกษตร 7 วัน | รายปักษ์ | ราย 3 เดือน | รายฤดู | เพื่อพืชและสัตว์เศรษฐกิจระยะ 7 วัน | สถาณการณ์ภัยแล้ง

สำหรับพิมพ์ 
ผลกระทบของลักษณะอากาศต่อการเกษตรตามภาคต่าง ๆ
ระหว่าง 20 ตุลาคม 2560 - 26 ตุลาคม 2560
ภาคเหนือ
        ในช่วงวันที่ 21-23 ต.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งและมีลมกระโชกแรง อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ส่วนในช่วงวันที่ 24-26 ต.ค. อากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียสกับมีลมแรง โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 19-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม. /ชม.
พื้นที่การเกษตร ระยะนี้ปริมาณและการกระจายของฝนจะเริ่มลดลง เกษตรกรที่อยู่นอกเขตชลประทาน ควรกักเก็บน้ำเอาไว้ เพื่อจะได้มีน้ำใช้ทางด้านการเกษตรในช่วงแล้ง ส่วนบริเวณที่ถูกน้ำท่วมทางตอนล่างของภาค เกษตรกรควรรีบระบายน้ำออกจากพื้นที่การเกษตรและเร่งฟื้นฟูพื้นที่การเกษตรให้ใช้ได้ดีดังเดิม
สัตว์เลี้ยง ระยะนี้เป็นช่วงปลายฤดูฝนและต้นฤดูหนาว สภาพอากาศแปรปรวน โดยอุณภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส ในระยะปลายช่วง เกษตรกรควรดูแลสัตว์เลี้ยงให้มีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง และให้ความอบอุ่นแก่สัตว์เลี้ยงอย่างเพียงพอ เพื่อสัตว์จะได้ไม่เจ็บป่วย รวมทั้งให้วัคซีนป้องกันโรคที่จะเกิดในฤดูหนาวให้กับสัตว์ด้วย
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
        ในช่วงวันที่ 21-22 ต.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-30 ของพื้นที่และมีลมกระโชกแรง อุณหภูมิต่ำสุด 20-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ส่วนในช่วงวันที่ 23-26 ต.ค. อากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลง 2-5 องศาเซลเซียสกับมีลมแรง โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 18-20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
สัตว์เลี้ยง ระยะนี้เป็นช่วงปลายฤดูฝนและต้นฤดูหนาว สภาพอากาศแปรปรวน โดยอุณภูมิจะลดลง 2-5 องศาเซลเซียส ในระยะปลายช่วง เกษตรกรควรดูแลสัตว์เลี้ยงให้มีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง และให้ความอบอุ่นแก่สัตว์เลี้ยงอย่างเพียงพอ เพื่อสัตว์จะได้ไม่เจ็บป่วย รวมทั้งให้วัคซีนป้องกันโรคที่จะเกิดในฤดูหนาวให้กับสัตว์ด้วย
ข้าวนาปี ระยะนี้แม้จะมีฝนตกแต่ปริมาณและการกระจายของฝนจะเริ่มลดลง สำหรับข้าวนาปีที่กำลังตั้งท้อง-ออกรวง ชาวนาควรดูแลอย่าให้แปลงนาขาดน้ำในระยะนี้เพื่อให้ข้าวมีผลผลิตที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งระวังและป้องกันการระบาด ของศัตรูพืชจำพวกหนอน เช่น หนอนกอ และหนอนกระทู้คอรวง ซึ่งจะกัดกินต้นข้าว ทำให้ต้นข้าวเสียหาย ผลผลิตลดลง
ภาคกลาง
        ในช่วงวันที่ 21-23 ต.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งและมีลมกระโชกแรง อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ส่วนในช่วงวันที่ 24-26 ต.ค. อากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลง 2-3 องศาเซลเซียสกับมีลมแรง โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียสลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
พื้นที่การเกษตร ระยะนี้ปริมาณและการกระจายของฝนจะลดลง สำหรับพื้นที่การเกษตรที่ถูกน้ำท่วมเกษตรกรควรรีบระบายน้ำออกจากพื้นที่การเกษตรและเร่งฟื้นฟูพื้นที่การเกษตรให้ใช้ได้ดีดังเดิม
สัตว์เลี้ยง ระยะนี้เป็นช่วงปลายฤดูฝนและต้นฤดูหนาว สภาพอากาศมีความชื้นสูงและมีอากาศเย็นในตอนเช้า อาจทำให้สัตว์เลี้ยงอ่อนแอ ปรับตัวไม่ทัน และติดเชื้อโรคได้ง่าย เกษตรกรควรดูแลสัตว์เลี้ยงให้มีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง จะได้ไม่เจ็บป่วย ส่วนพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขัง เกษตรกรไม่ควรปล่อยให้สัตว์เลี้ยงอยู่ในที่ชื้นแฉะ เป็นเวลานาน ซึ่งทำให้สัตว์เลี้ยงติดเชื้อโรคได้ง่าย โดยเฉพาะโรคปากและเท้าเปื่อยในสัตว์เท้ากีบ เช่น โคและกระบือ เป็นต้น
ภาคตะวันออก
        ในช่วงวันที่ 21-22 ต.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตก ความเร็ว 15 -30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ส่วนในช่วงวันที่ 23-26 ต.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-20 ของพื้นที่ หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15 -30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1- 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส
พื้นที่การเกษตร ในช่วงวันที่ 20-22ต.ค. จะมีฝนกับมีฝนตกหนักบางแห่ง อาจทำให้เกิดน้ำท่วมขังได้ เกษตรควรระวังอันตรายและป้องกันความเสียหายจากสภาวะดังกล่าว รวมทั้งควรจัดระบบระบายน้ำให้มีประสิทธิภาพ ไม่ควรปล่อยให้น้ำท่วมขังในพื้นที่เพาะปลูกเป็นเวลานาน เพราะจะทำให้รากพืชเน่า ต้นพืชตายได้
สัตว์น้ำ ในช่วงวันที่ 20-22ต.ค. จะมีฝนกับมีฝนตกหนักบางแห่ง ผู้ที่เลี้ยงสัตว์น้ำควรหมั่นสังเกตสัตว์ที่เลี้ยงโดยเฉพาะหลังจากที่มีฝนตก เนื่องจากอุณหภูมิของน้ำและสภาพน้ำเปลี่ยนแปลง อาจจะทำให้สัตว์ปรับตัวไม่ทัน จนอ่อนแอและติดเชื้อโรคได้ง่าย นอกจากนี้ควรเปิดเครื่องตีน้ำเพื่อปรับสภาพน้ำ และเป็นการเพิ่มออกซิเจนให้กับน้ำ
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)
        ในช่วงวันที่ 20-23 ต.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ ลมตะวันตก ความเร็ว 15 -30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง1-2 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 24-26 ต.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันออก ความเร็ว 15 -35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
พื้นที่การเกษตร ในช่วงวันที่ 24- 26 ต.ค.จะมีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมขังได้ ดังนั้นเกษตรกรควรเตรียมพร้อมเพื่อป้องกันความเสียหายจากสภาวะดังกล่าว โดยควรจัดระบบระบายน้ำให้มีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันน้ำท่วมขังแปลงปลูกเมื่อมีฝนตกหนัก
ไม้ผล ในช่วงวันที่ 24-26 ต.ค. ปริมาณฝนจะเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางพื้นที่ สภาพอากาศยังคงมีความชื้นสูง สำหรับไม้ผล เช่น ทุเรียน เงาะ และมังคุด ซึ่งอยู่ในระยะแตกใบอ่อน ชาวสวนควรดูแลสวนให้โปร่ง อากาศถ่ายเทได้สะดวก เพื่อป้องกันการระบาดของโรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา โดยเฉพาะโรครากเน่าโคนเน่า
สัตว์น้ำ ผู้ที่เลี้ยงสัตว์น้ำควรหมั่นสังเกตสัตว์ที่เลี้ยงโดยเฉพาะหลังจากที่มีฝนตก เนื่องจากอุณหภูมิของน้ำและสภาพน้ำเปลี่ยนแปลง อาจจะทำให้สัตว์ปรับตัวไม่ทัน จนอ่อนแอและติดเชื้อโรคได้ง่าย นอกจากนี้ควรเปิดเครื่องตีน้ำเพื่อปรับสภาพน้ำ และเป็นการเพิ่มออกซิเจนให้กับน้ำ
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)
        ในช่วงวันที่ 20-23 ต.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-20 ของพื้นที่ ลมตะวันตก ความเร็ว 15 -35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 24-26 ต.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันออก ความเร็ว 15 -30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1- 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 20-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-33 องศาเซลเซียส
พื้นที่การเกษตร ในช่วงวันที่ 24- 26 ต.ค.จะมีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมขังได้ ดังนั้นเกษตรกรควรเตรียมพร้อมเพื่อป้องกันความเสียหายจากสภาวะดังกล่าว โดยควรจัดระบบระบายน้ำให้มีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันน้ำท่วมขังแปลงปลูกเมื่อมีฝนตกหนัก
ไม้ผล ในช่วงวันที่ 24-26 ต.ค. ปริมาณฝนจะเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางพื้นที่ สภาพอากาศยังคงมีความชื้นสูง สำหรับไม้ผล เช่น ทุเรียน เงาะ และมังคุด ซึ่งอยู่ในระยะแตกใบอ่อน ชาวสวนควรดูแลสวนให้โปร่ง อากาศถ่ายเทได้สะดวก เพื่อป้องกันการระบาดของโรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา โดยเฉพาะโรครากเน่าโคนเน่า
สัตว์น้ำ ผู้ที่เลี้ยงสัตว์น้ำควรหมั่นสังเกตสัตว์ที่เลี้ยงโดยเฉพาะหลังจากที่มีฝนตก เนื่องจากอุณหภูมิของน้ำและสภาพน้ำเปลี่ยนแปลง อาจจะทำให้สัตว์ปรับตัวไม่ทัน จนอ่อนแอและติดเชื้อโรคได้ง่าย นอกจากนี้ควรเปิดเครื่องตีน้ำเพื่อปรับสภาพน้ำ และเป็นการเพิ่มออกซิเจนให้กับน้ำ
ออกประกาศ 20 ตุลาคม 2560 00:00 น.