อุตุนิยมวิทยาเพื่อการเกษตร

พยากณ์อากาศเพื่อการเกษตร 7 วัน | รายปักษ์ | ราย 3 เดือน | รายฤดู | เพื่อพืชและสัตว์เศรษฐกิจระยะ 7 วัน | สถาณการณ์ภัยแล้ง

สำหรับพิมพ์ 
ผลกระทบของลักษณะอากาศต่อการเกษตรตามภาคต่าง ๆ
ระหว่าง 26 กรกฎาคม 2560 - 01 สิงหาคม 2560
ภาคเหนือ
        ในช่วงวันที่ 26-27 ก.ค.มีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่วนในช่วงวันที่ 28 ก.ค. – 1 ส.ค.มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม. /ชม.
พื้นที่การเกษตร ระยะนี้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ อาจทำให้เกิดน้ำท่วมขังพื้นที่การเกษตรบางพื้นที่โดยเฉพาะแปลงนาที่อยู่ในที่ลุ่มบริเวณภาคเหนือตอนล่าง ซึ่งข้าวอยู่ในระยะแตกกอถึงใกล้เก็บเกี่ยว เกษตรกรควรเสริมคันนาเพื่อป้องกันน้ำหลากท่วมข้าว รวมทั้งจัดระบบระบายน้ำในแปลงปลูกให้มีประสิทธิภาพ และไม่ควรปล่อยให้น้ำท่วมขังเป็นเวลานานเพราะจะทำให้รากพืชเน่า ต้นพืชตายได้
สัตว์เลี้ยง ในช่วงที่อากาศแปรปรวนอาจทำให้สัตว์เลี้ยงเครียด ร่างกายอ่อนแอ ภูมิคุ้มกันลดลงและอาจจะติดเชื้อโรคได้ง่าย เกษตรกรควรหมั่นสังเกตสัตว์เลี้ยง หากพบสัตว์ที่เจ็บป่วยให้รีบแยกออกแล้วทำการรักษา
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
        ในช่วงวันที่ 26-27 ก.ค. มีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่วนในช่วงวันที่ 28 ก.ค. – 1 ส.ค.มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากทางตอนบนและด้าน ตะวันออกของภาค อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
พื้นที่การเกษตร ระยะนี้จะยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ อาจทำให้เกิดน้ำท่วมขังพื้นที่การเกษตรบางพื้นที่โดยเฉพาะแปลงนาซึ่งข้าวอยู่ในระยะแตกกอ เกษตรกรควรจัดระบบระบายน้ำในแปลงปลูกให้มีประสิทธิภาพ ไม่ควรปล่อยให้น้ำท่วมขังเป็นเวลานานเพราะจะทำให้รากพืชเน่า ต้นพืชตายได้
ปลาในกระชัง สำหรับฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนัก ทำให้มีระดับน้ำเพิ่มขึ้น และมีตะกอนแขวนลอย ทำให้ปลาปรับตัวไม่ทัน เครียด อ่อนแอ กินอาหารได้น้อยลง และอาจน๊อกน้ำตายได้ เกษตรกรควรลดปริมาณอาหารให้น้อยลง หากปลาโตได้ขนาดควรรีบทยอยจับขายเพื่อลดความเสี่ยง
ภาคกลาง
        ในช่วงวันที่ 26-27 ก.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนในช่วงวันที่ 28 ก.ค. – 1 ส.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
พื้นที่การเกษตร ในช่วงวันที่ 26-27 ก.ค.จะมีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางพื้นที่ สำหรับนาข้าวที่อยู่ในที่ลุ่มหรืออยู่ใกล้แม่น้ำ เกษตรกรควรเสริมคันนาเพื่อป้องกันน้ำหลากท่วมนาข้าว และจัดระบบระบายน้ำในพื้นที่เพาะปลูกให้มีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันน้ำท่วมขังในพื้นที่เพาะปลูก
พืชไร่/พืชผัก/ไม้ผล ระยะนี้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนัก ทำให้ดินและอากาศมีความชื้นสูง เกษตรกรที่ปลูกพืชไร่ พืชผัก และไม้ผล ควรระวังและป้องกันการระบาดของโรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา ซึ่งจะทำให้ผลผลิตลดลง และด้อยคุณภาพ
ภาคตะวันออก
        ในช่วงวันที่ 26-28 ก.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70-80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 29 ก.ค. – 1 ส.ค.มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20 -35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมากกว่า 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส
พื้นที่การเกษตร ระยะนี้จะยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ โดยเฉพาะทางล่างของภาค สำหรับพื้นที่การเกษตรซึ่งเป็นที่ลุ่ม เกษตรกรควรระวังความเสียหายที่จะเกิดกับพืชผลทางการเกษตร โดยปรับปรุงจัดระบบระบายน้ำให้มีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันน้ำท่วมขังในแปลงปลูก
สัตว์น้ำ ระยะนี้จะมีฝนตกต่อเนื่อง ผู้ที่เลี้ยงสัตว์น้ำควรหมั่นสังเกตสัตว์ที่เลี้ยงโดยเฉพาะหลังจากที่มีฝนตกซึ่งจะทำให้อุณหภูมิของน้ำและสภาพน้ำเปลี่ยน อาจจะทำให้สัตว์ปรับตัวไม่ทัน จนอ่อนแอและติดเชื้อโรคได้ง่าย เกษตรกรควรเปิดเครื่องตีน้ำเพื่อปรับสภาพน้ำ และเป็นการเพิ่มออกซิเจนให้กับน้ำ
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)
        ในช่วงวันที่ 26-28 ก.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งส่วนมากทางตอนบนของภาค ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 29 ก.ค. – 1 ส.ค.มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 -35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส
พื้นที่การเกษตร ระยะนี้บริเวณฝั่งตะวันตกของภาคแม้จะมีฝนตกหนัก แต่จะครอบคลุมพื้นที่เฉพาะบางจังหวัด เช่น พังงาและระนอง เกษตรกรในบริเวณดังกล่าวควรระวังอันตรายและเตรียมป้องกันความเสียหายเนื่องจากฝนที่ตก ส่วนบริเวณภาคใต้ตอนล่าง ในช่วงที่ผ่านมามีฝนตกน้อย และในช่วง 7 วันข้างหน้า แม้จะมีฝนตกปริมาณฝนยังไม่เพียงพอต่อความการน้ำของพืช เกษตรกรควรดูแลให้น้ำแก่พืชเพิ่มเติมตามความเหมาะสม
ไม้ผล ในระยะนี้มีฝนตกต่อเนื่อง ทำให้สภาพอากาศมีความชื้นสูง ชาวสวนไม้ผลควรดูแลสวนให้โปร่ง อากาศถ่ายเทได้สะดวก แสงแดดส่องถึงโคนต้น เพื่อป้องกันโรคพืชที่เกิดจาดเชื้อรา โดยเฉพาะโรครากเน่าโคนเน่า รวมทั้งระวังการระบาดศัตรูพืชจำพวกหนอนที่จะกัดกินส่วนที่อ่อนของพืช ทำให้ต้นพืชเสียหาย
ชาวประมง ในช่วงวันที่ 26-29 ก.ค. คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนบนและบริเวณทะเลอันดามันจะมีคลื่นสูง2 -3 เมตร ผู้ที่เลี้ยงสัตว์น้ำบริเวณชายฝั่งควรป้องกันความเสียหายเนื่องจากคลื่นลมที่แรงขึ้น ส่วนชาวเรือและชาวประมงควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงดังกล่าว
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)
        มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ตลอดช่วง ในช่วงวันที่ 26-29 ก.ค.ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 30 ก.ค. – 1 ส.ค.ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20 -35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมากกว่า 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส
พื้นที่การเกษตร ระยะนี้บริเวณฝั่งตะวันตกของภาคแม้จะมีฝนตกหนัก แต่จะครอบคลุมพื้นที่เฉพาะบางจังหวัด เช่น พังงาและระนอง เกษตรกรในบริเวณดังกล่าวควรระวังอันตรายและเตรียมป้องกันความเสียหายเนื่องจากฝนที่ตก ส่วนบริเวณภาคใต้ตอนล่าง ในช่วงที่ผ่านมามีฝนตกน้อย และในช่วง 7 วันข้างหน้า แม้จะมีฝนตกปริมาณฝนยังไม่เพียงพอต่อความการน้ำของพืช เกษตรกรควรดูแลให้น้ำแก่พืชเพิ่มเติมตามความเหมาะสม
ไม้ผล ในระยะนี้มีฝนตกต่อเนื่อง ทำให้สภาพอากาศมีความชื้นสูง ชาวสวนไม้ผลควรดูแลสวนให้โปร่ง อากาศถ่ายเทได้สะดวก แสงแดดส่องถึงโคนต้น เพื่อป้องกันโรคพืชที่เกิดจาดเชื้อรา โดยเฉพาะโรครากเน่าโคนเน่า รวมทั้งระวังการระบาดศัตรูพืชจำพวกหนอนที่จะกัดกินส่วนที่อ่อนของพืช ทำให้ต้นพืชเสียหาย
ชาวประมง ในช่วงวันที่ 26-29 ก.ค. คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนบนและบริเวณทะเลอันดามันจะมีคลื่นสูง2 -3 เมตร ผู้ที่เลี้ยงสัตว์น้ำบริเวณชายฝั่งควรป้องกันความเสียหายเนื่องจากคลื่นลมที่แรงขึ้น ส่วนชาวเรือและชาวประมงควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงดังกล่าว
ออกประกาศ 26 กรกฎาคม 2560 00:00 น.