อุตุนิยมวิทยาเพื่อการเกษตร

พยากรณ์อากาศเพื่อการเกษตร 7 วัน ข้างหน้า | รายปักษ์ | ราย 3 เดือน | อากาศเกษตรเพื่อพืชและสัตว์เศรษฐกิจระยะ 7 วัน | สถาณการณ์ภัยแล้ง

สำหรับพิมพ์ 
ผลกระทบของลักษณะอากาศต่อการเกษตรตามภาคต่าง ๆ
ระหว่าง 28 เมษายน 2560 - 04 พฤษภาคม 2560
ภาคเหนือ
        ในช่วงวันที่ 28-30 เม.ย. มีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-60 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงและมีลูกเห็บตกบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 22-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม. /ชม. ในช่วงวันที่ 1-4 พ.ค. อากาศร้อนกับมีอากาศร้อนจัดในบางพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-20 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 21-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-40 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 15-30 กม. /ชม.
ผลผลิตทางการเกษตร ในช่วงวันที่ 28-30 เม.ย. จะมีพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง เกษตรกรควรระวังความเสียหายที่จะเกิดกับอาคารบ้านเรือนและพืชผลทางการเกษตร ผลผลิตที่แก่ดีแล้วควรรีบเก็บเกี่ยว โดยเฉพาะมะม่วงและลิ้นจี่ ที่อยู่ในระยะผลแก่และเก็บเกี่ยว ซึ่งจะทำให้ผลแตกและร่วงหล่นได้
พื้นที่การเกษตร แม้จะมีฝนตกแต่ปริมาณมีน้อยและฝนตกไม่สม่ำเสมอ ซึ่งไม่เพียงพอต่อความต้องการของพืช เกษตรกรควรให้น้ำเพิ่มเติมตามความเหมาะสม ประกอบกับแสงแดดจัดและการคายระเหยน้ำมีมาก ทำให้อุณหภูมิดินสูง ความชื้นในดินลดลง เกษตรกรควรคลุมดินบริเวณแปลงปลูกพืชและโคนต้นพืชด้วยวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น ใบไม้ ฟางข้าว และหญ้าแห้ง เพื่อลดการระเหยน้ำ รักษาอุณหภูมิดินและความชื้นภายในดิน
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
        ในช่วงวันที่ 28-29 เม.ย. มีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-60 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงและมีลูกเห็บตกบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม. /ชม. ในช่วงวันที่ 30 เม.ย. - 4 พ.ค. อากาศร้อน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 21-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 15-30 กม. /ชม.
ผลผลิตทางการเกษตร ในช่วงวันที่ 28-29 เม.ย. จะมีพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง กับมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ เกษตรกรควรระวังความเสียหายที่จะเกิดกับอาคารบ้านเรือนและพืชผลทางการเกษตร ผลผลิตที่แก่ดีแล้วควรรีบเก็บเกี่ยว
สัตว์เลี้ยง ระยะนี้จะมีฝนฟ้าคะนองสลับกับอากาศร้อนในตอนกลางวัน อาจทำให้สัตว์เลี้ยงอ่อนแอและติดเชื้อโรคได้ง่าย เกษตรกรควรลดอุณหภูมิภายในโรงเรือน ดูแลสัตว์เลี้ยงให้มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงจะได้ไม่เจ็บป่วย จัดหาน้ำดื่มที่สะอาดให้กับสัตว์เลี้ยงอย่างเพียงพอ รวมทั้งไม่ควรปล่อยให้สัตว์เลี้ยงอยู่ในที่โล่งแจ้งเวลาที่มีฝนฟ้าคะนอง
ภาคกลาง
        ในช่วงวันที่ 28-30 เม.ย. มีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 25-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม. /ชม. ส่วนในช่วงวันที่ 1-4 พ.ค. อากาศร้อน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-20 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-40 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-30 กม. /ชม.
ผลผลิตทางการเกษตร ในช่วงวันที่ 28 – 30 เม.ย. จะมีพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง เกษตรกรควรระวังความเสียหายที่จะเกิดกับอาคารบ้านเรือนและพืชผลทางการเกษตร ผลผลิตที่แก่ดีแล้วควรรีบเก็บเกี่ยว
พื้นที่การเกษตร แม้จะมีฝนตกแต่ปริมาณมีน้อยและฝนตกไม่สม่ำเสมอ ซึ่งไม่เพียงพอต่อความต้องการของพืช เกษตรกรควรให้น้ำเพิ่มเติมตามความเหมาะสม และคลุมบริเวณโคนต้นด้วยวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เพื่อลดการระเหยน้ำ และรักษาความชื้นภายในดิน ส่วนเกษตรกรที่อยู่นอกเขตชลประทาน ที่ต้องการปลูกพืชในช่วงฤดูฝนที่จะถึงนี้ ควรรอให้มีฝนตกสม่ำเสมอและดินมีความชื้นเพียงพอจึงค่อยลงมือปลูก เพื่อป้องกันพืชที่ปลูกขาดน้ำในช่วงเจริญเติบโต ส่งผลให้ต้นพืชชะงักการเจริญเติบโต ผลผลิตลดลง
ภาคตะวันออก
        ในช่วงวันที่ 28-29 เม.ย. มีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 25-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม. /ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ในช่วงวันที่ 30 เม.ย. – 4 พ.ค. อากาศร้อน กับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 15-30 กม. /ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร
ผลผลิตทางการเกษตร ในช่วงวันที่ 28-29 เม.ย. จะมีพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง เกษตรกรควรระวังความเสียหายที่จะเกิดกับอาคารบ้านเรือนและพืชผลทางการเกษตร ผลผลิตที่แก่ดีแล้วควรรีบเก็บเกี่ยว โดยเฉพาะทุเรียน และมะม่วง ที่อยู่ในระยะผลแก่และเก็บเกี่ยว ซึ่งจะทำให้ผลแตกและร่วงหล่นได้
พืชไร่/ไม้ผล/พืชผัก เนื่องจากฝนที่ตกไม่สม่ำเสมอ สลับกับมีอากาศร้อนในบางช่วง เกษตรกรที่ปลูกพืชไร่ ไม้ผล และพืชผักควรระวังและป้องกันการระบาดของศัตรูพืชจำพวกหนอน ซึ่งจะกัดกินส่วนที่อ่อนของพืชทำให้ต้นพืชชะงักการเจริญเติบโต ผลผลิตเสียหาย และด้อยคุณภาพ
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)
        ในช่วงวันที่ 28-29 เม.ย. มีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ลมใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ในช่วงวันที่ 30 เม.ย. – 4 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร
พื้นที่การเกษตร ปริมาณฝนที่ตกมีน้อย โดยเฉพาะทางตอนบนของภาค เกษตรกรควรวางแผนการใช้น้ำที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ให้น้ำบริเวณทรงพุ่ม หรือระบบน้ำหยด ส่วนบริเวณที่มีฝนตกควรกักเก็บน้ำไว้ใช้ทางด้านการเกษตรในช่วงที่มีฝนตกน้อย
ไม้ผล ไม้ผลที่อยู่ในระยะผลอ่อน ชาวสวนควรหมั่นสำรวจและป้องกันการระบาดของศัตรูพืชจำพวกหนอนชนิดต่างๆ ซึ่งจะกัดกินส่วนที่อ่อน ทำให้ต้นพืชชะงักการเจริญเติบโต ผลผลิตเสียหายได้
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)
        ในช่วงวันที่ 28-29 เม.ย. มีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ลมตะวันตก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ในช่วงวันที่ 30 เม.ย. – 4 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 21-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-30 กม. /ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร
พื้นที่การเกษตร ปริมาณฝนที่ตกมีน้อย โดยเฉพาะทางตอนบนของภาค เกษตรกรควรวางแผนการใช้น้ำที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ให้น้ำบริเวณทรงพุ่ม หรือระบบน้ำหยด ส่วนบริเวณที่มีฝนตกควรกักเก็บน้ำไว้ใช้ทางด้านการเกษตรในช่วงที่มีฝนตกน้อย
ไม้ผล ไม้ผลที่อยู่ในระยะผลอ่อน ชาวสวนควรหมั่นสำรวจและป้องกันการระบาดของศัตรูพืชจำพวกหนอนชนิดต่างๆ ซึ่งจะกัดกินส่วนที่อ่อน ทำให้ต้นพืชชะงักการเจริญเติบโต ผลผลิตเสียหายได้
ออกประกาศ 28 เมษายน 2560 00:00 น.