วันนี้ (11 มีนาคม 2569) เวลา 10.00 น. ณ ศูนย์ปฏิบัติการพยากรณ์อากาศ ชั้น 11 อาคาร 50 ปี อุตุนิยมวิทยา ดร.สุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 11-13 มีนาคม 2569 บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยจะเริ่มส่งผลกระทบที่ภาคเหนือก่อน หลังจากนั้นภาคกลาง ด้านตะวันตกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป ลักษณะอากาศจะมีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฝนตกหนักบางแห่ง รวมถึงอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้ในบางพื้นที่
ดร.สุกันยาณี อธิบายว่าสาเหตุหลักเกิดจากการที่ "อากาศร้อนมาเจอกับอากาศเย็น" จนเกิดการปะทะกัน โดยมีปัจจัยสำคัญ 3 ส่วนคือ (1) เจ้าบ้านคืออากาศร้อน: ในช่วงนี้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนปกคลุมอยู่เป็นทุนเดิม (2) แขกผู้มาเยือนคืออากาศเย็น: มีมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางแผ่ลงมาจากประเทศจีน เข้ามาปกคลุมภาคอีสาน ภาคตะวันออก และทะเลจีนใต้ (3) ตัวเร่งแรงลม: มีกระแสลมฝ่ายตะวันตกพัดมาจากประเทศเมียนมาเข้ามาปกคลุมภาคเหนือเพิ่มเติม จึงทำให้สภาพอากาศแปรปรวนและเกิดพายุฤดูร้อนขึ้นในหลายพื้นที่
อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ขอให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในช่วงที่อาจเกิดพายุฤดูร้อน โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้งขณะเกิดฝนฟ้าคะนอง และไม่ควรหลบฝนใต้ต้นไม้ใหญ่ หรืออยู่ใกล้สิ่งปลูกสร้างและป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง เนื่องจากอาจเกิดอันตรายจากลมกระโชกแรงและฟ้าผ่าได้ สำหรับพี่น้องเกษตรกร ขอให้ตรวจสอบและเสริมความแข็งแรงให้ต้นไม้ผล หรือจัดทำที่ค้ำยันเพื่อลดความเสียหายต่อผลผลิต รวมทั้งดูแลโรงเรือนให้มั่นคงแข็งแรง เพื่อปกป้องสัตว์เลี้ยงจากพายุฝนและลูกเห็บที่อาจเกิดขึ้นในบางพื้นที่ นอกจากนี้ เนื่องจากสภาพอากาศอาจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากอากาศร้อนไปสู่พายุฝน จึงขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพและติดตามข้อมูลข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด ผ่านเว็บไซต์ www.tmd.go.th หรือสอบถามข้อมูลได้ที่สายด่วน 1182 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้สามารถเตรียมตัวรับมือกับสภาพอากาศที่อาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างทันท่วงที