Link Copied
จับมือร่วมใจปิดช่องว่างการเตือนภัยล่วงหน้า
องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ยืนยันว่า ปี 2024 เป็นปีที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์
การเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมกำลังก่อให้เกิดเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วมากขึ้น พายุหมุนเขตร้อนที่ทวีความรุนแรงอย่างรวดเร็ว ฝนตกหนัก คลื่นพายุซัดฝั่ง น้ำท่วม ภัยแล้งขั้นรุนแรง และไฟป่า มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้น ระดับน้ำทะเลที่กำลังเพิ่มสูงขึ้นก็ส่งผลให้พื้นที่ชายฝั่งที่มีประชากรหนาแน่นเสี่ยงต่อการถูกน้ำท่วม และเสี่ยงต่อการปะทะที่รุนแรงขึ้นจากคลื่นทะเล ยิ่งไปกว่านั้น ผลกระทบทางสังคมที่เกิดตามมาจากเหตุการณ์เหล่านี้ยังคงดำเนินต่อไปอีกนานแม้เวลาจะผ่านไปจนข่าวได้เงียบหายไปจากสื่อแล้วก็ตาม
การเตือนภัยล่วงหน้าสำหรับทุกคน: พันธกิจของ WMO ในการปกป้องทุกคนภายในปี 2027
โครงการ "การเตือนภัยล่วงหน้าสำหรับทุกคน" หรือ Early Warning for All นั้นได้ถูกประกาศขึ้นโดยทางสหประชาชาติหรือ UN ในเดือนมีนาคม 2022 โดยมีเป้าหมายในการทำให้สำเร็จภายในปี 2027 โดยปัจจุบันถือว่าอยู่ในช่วงครึ่งทางของโครงการนี้ ซึ่งได้มีความคืบหน้าอย่างมากในการช่วยชีวิตผู้คน ปกป้องวิถีชีวิต และเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนให้สามารถฟื้นตัวและปรับตัวได้ และด้วยสาเหตุที่ความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศทวีความรุนแรงขึ้น ความเร่งด่วนของโครงการนี้ก็ยิ่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
เมื่อโครงการเข้าสู่ระยะต่อไป เราจำเป็นต้องขยายขอบเขตความร่วมมือเพื่อเร่งความคืบหน้าให้เร็วขึ้น มีการทำงานร่วมกันของผู้บริจาคในระดับทวิภาคีและพหุภาคี กองทุนด้านสภาพภูมิอากาศ และธนาคารเพื่อการพัฒนา เพื่อเพิ่มการสนับสนุนต่อความพยายามในการเตือนภัยล่วงหน้า ขณะเดียวกันพันธมิตรระดับภูมิภาคและศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางกำลังถูกดึงเข้ามาเพื่อให้เกิดผลกระทบที่ชัดเจนขึ้นและเพื่อสร้างศักยภาพที่ยั่งยืน
ความเป็นเจ้าของในระดับชาติยังคงเป็นหัวใจสำคัญของโครงการนี้ โดยมีรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมอุตุนิยมวิทยาและอุทกวิทยาแห่งชาติ (NMHSs) ที่จะเป็นผู้นำในการเสริมสร้างความเข้มแข็งเพื่อให้พัฒนาสามารถในการฟื้นตัวและปรับตัวของประเทศ รวมทั้งการวางแผนจัดตั้งระบบเตือนภัยล่วงหน้าที่ยั่งยืน
ตัวเลขที่บอกเล่าเรื่องราว
ในปัจจุบัน ที่เราอยู่ตรง ณ จุดกึ่งกลางของโครงการ "การเตือนภัยล่วงหน้าสำหรับทุกคน" และเราได้เห็นความก้าวหน้าอย่างชัดเจนในด้านการช่วยชีวิตผู้คน ปกป้องวิถีชีวิต และเสริมสร้างความสามารถในการฟื้นตัวและปรับตัวได้ ให้กับประเทศและชุมชนต่าง ๆ
“
ถึงเวลาแล้ว...
ที่จะต้องลงมือทำ ด้วยการจับมือ
ร่วมใจปิดช่องว่างการเตือนภัยล่วงหน้าด้วยกัน
เราจะสามารถสร้างโลกที่ปลอดภัยและมั่นคงมากขึ้นได้
”
สถานะระดับโลกของระบบเตือนภัยล่วงหน้าสำหรับภัยพิบัติหลายประเภท ปี 2024
จากรายงานสถานะทั่วโลกของระบบเตือนภัยล่วงหน้าสำหรับภัยพิบัติหลายประเภทปี 2024 ระบุว่า โลกมีระดับความครอบคลุมของระบบเตือนภัยล่วงหน้าสูงที่สุดนับตั้งแต่มีการเริ่มต้นรายงานในปี 2015 เป็นต้นมา โดยในรายงานแสดงให้เห็นว่าประเทศที่มีระบบเตือนภัยล่วงหน้าหลายภัยพิบัติ (MHEWS) ที่ครอบคลุมน้อยกว่า มีอัตราการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับภัยพิบัติสูงกว่าในประเทศที่มีความครอบคลุมในระดับ "มาก" ถึง "ครอบคลุมทั่วถึง" เกือบหกเท่า และมีจำนวนผู้ประสบภัยพิบัติมากกว่าเกือบสี่เท่า
รัฐบาลต้องเป็นผู้นำทาง
ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนมีศักยภาพในการสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างมากต่อโครงการ "การเตือนภัยล่วงหน้าสำหรับทุกคน" ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็กสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้อย่างทั่วถึง แม้ว่าหน่วยงานรัฐบาลโดยเฉพาะ กรมอุตุนิยมวิทยา—จะต้องยังคงเป็นแหล่งข้อมูลเตือนภัยหลักที่เชื่อถือได้ แต่ความร่วมมือกับภาคเอกชนสามารถช่วยผลักดันการสร้างนวัตกรรม พัฒนาระบบเผยแพร่ข้อมูลเตือนภัย และเพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับความเสี่ยงในภัยพิบัติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เครื่องมือในการพยากรณ์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ไปจนถึง ระบบสื่อสารที่ก้าวหน้า ภาคธุรกิจสามารถนำเสนอองค์ความรู้และทรัพยากรที่มีของตนเองเพื่อสนับสนุนในด้านการเตือนภัย เพราะไม่ว่าจะเป็นบริษัทขนาดใหญ่หรือธุรกิจท้องถิ่น ต่างก็คือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียร่วมกันในการใช้ข้อมูลสภาพอากาศและภูมิอากาศเพื่อลดความเสี่ยง ปกป้องทรัพย์สิน ปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน และสร้างความยืดหยุ่นทางธุรกิจในระยะยาว
ด้วยความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เราสามารถสร้างระบบเตือนภัยล่วงหน้าที่มีประสิทธิภาพและครอบคลุมมากขึ้น เพื่อปกป้องชุมชนและในขณะเดียวกันก็ยังเสริมสร้างความมั่นคงให้กับภาคธุรกิจได้อีกด้วย
ขยายขอบเขต: ยกระดับระบบเตือนภัยล่วงหน้าสำหรับทุกคน
เมื่อเรามองตรงไปยังเป้าหมายที่ถูกตั้งไว้ในปี 2027 ขั้นตอนต่อไปของโครงการ "การเตือนภัยล่วงหน้าสำหรับทุกคน" นั้นจะมุ่งเน้นไปที่การดำเนินงานที่รวดเร็ว ครอบคลุม และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อให้โครงการนี้สร้างผลกระทบในวงกว้างได้มากขึ้น โดยจะดำเนินการผ่านแนวทางดังต่อไปนี้
- ต่อยอดบทเรียนและเครื่องมือที่ได้รับการพัฒนาขึ้น เพื่อเร่งรัดและปรับปรุงการดำเนินโครงการ
- ขยายการสนับสนุนไปยังประเทศอื่นๆ นอกเหนือจาก 30 ประเทศที่เป็นเป้าหมายเริ่มต้น
- เสริมสร้างความร่วมมือกับผู้ให้ทุนระดับทวิภาคีและพหุภาคี ธนาคารเพื่อการพัฒนา และกองทุนด้านภูมิอากาศ เพื่อเพิ่มทรัพยากรและขยายขอบเขตความร่วมมือให้กว้างออกไป
- พัฒนาขีดความสามารถระดับภูมิภาค ผ่านความร่วมมือกับศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางและพันธมิตรในระดับภูมิภาค เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่มั่นคงยั่งยืน
- ส่งเสริมความเป็นเจ้าของในระดับประเทศ โดยให้แต่ละประเทศเป็นผู้นำในการดำเนินโครงการในประเทศของตน เพื่อเสริมสร้างความยั่งยืนในระยะยาว
ด้วยความร่วมมือกัน เราสามารถลดช่องว่างด้านเงินทุนสำหรับระบบเตือนภัยล่วงหน้า และทำให้ทุกประเทศมีทรัพยากรที่จำเป็นในการสร้างความสามารถในการปรับตัว พร้อมปกป้องชุมชนจากภัยพิบัติที่รุนแรงขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
จับมือร่วมใจปิดช่องว่างการเตือนภัยล่วงหน้า
วิทยาศาสตร์โลกทั้งระบบ: รากฐานของระบบเตือนภัยล่วงหน้า
ประเทศที่พัฒนาน้อยที่สุดแสดงให้เห็นถึงการพัฒนาที่สำคัญที่สุด โดยประเทศกำลังพัฒนาที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลและกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาที่เป็นหมู่เกาะขนาดเล็กก็มีอัตราการพัฒนาที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกด้วย
กว่า 75 ปีที่ผ่านมา องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) เป็นผู้นำระดับโลกด้านวิทยาศาสตร์โลกทั้งระบบ (Earth System Science) แนวทางแบบบูรณาการที่เชื่อมโยง สภาพอากาศ ภูมิอากาศ น้ำ และสิ่งแวดล้อม เข้าด้วยกัน การทำความเข้าใจและคาดการณ์ปฏิสัมพันธ์ที่ซับซ้อนเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญต่อการพัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้าที่มีประสิทธิภาพ
แม้ว่าความสามารถในการพยากรณ์อากาศจะพัฒนาก้าวหน้าไปมาก แต่ก็ยังคงมีช่องว่างที่ต้องการการเติมเต็มอยู่ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของเครือข่ายการตรวจวัดสภาพอากาศ ความแม่นยำของการพยากรณ์ รวมถึงการเข้าถึงข้อมูลคุณภาพสูงด้านภูมิอากาศและอุทกวิทยาอีกด้วย การเสริมสร้างศักยภาพของหน่วยงานอุตุนิยมวิทยาและอุทกวิทยาแห่งชาติ (NMHSs) ในประเทศกำลังพัฒนาจึงไม่เพียงแต่มีความสำคัญต่อการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศเท่านั้น แต่ยังเป็นสิ่งจำเป็นต่อความสามารถในการฟื้นฟูตัวเอง ความมั่นคงปลอดภัย และเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของโลกด้วย
ในฐานะหน่วยงานเฉพาะทางของสหประชาชาติด้าน สภาพอากาศ ภูมิอากาศ และน้ำ WMO ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนความร่วมมือผ่านเครือข่ายประเทศสมาชิกทั้ง 193 ประเทศ
“
ถึงเวลาแล้ว...
ที่จะต้องลงมือทำ การจับมือร่วมใจกัน
เพื่อปิดช่องว่างการเตือนภัยล่วงหน้า
จะช่วยให้เราสร้างโลกที่ปลอดภัย
และสามารถรับมือกับภัยพิบัติที่เข้ามาได้ดียิ่งขึ้นกว่าที่ผ่านมา
”
วันอุตุนิยมวิทยาโลก 2568
เอกสารประกอบเสวนาวิชาการ
เอกสารประกอบนำเสนอผลงานวิจัย
กำหนดการสำหรับงานวันอุตุนิยมวิทยาโลก 2568 |
|---|
|
กิจกรรม Talk Contest |
|---|
|
หลักเกณฑ์ Talk Contest สำหรับงานวันอุตุนิยมวิทยาโลก 2568
|
กิจกรรมประกวด Folk Song |
|---|
|
หลักเกณฑ์การประกวด Folk Song สำหรับงานวันอุตุนิยมวิทยาโลก 2568
|







หลักเกณฑ์ Talk Contest สำหรับงานวันอุตุนิยมวิทยาโลก 2568